โซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัย สำหรับบ้านและอาคารยุคใหม่
ความต้องการพื้นที่โปร่งโล่งและรับแสงธรรมชาติที่มากขึ้นในบ้านและอาคารพาณิชย์ ผลักดันให้ ประตู-หน้าต่างบานเลื่อนอลูมิเนียม กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ในงานก่อสร้างและรีโนเวทของไทย ขณะเดียวกัน มาตรการด้านพลังงาน เช่น Thai BEC (Building Energy Code) และความกังวลเรื่องความปลอดภัยจากกระจกแตกร้าว ก็ทำให้การเลือก ชนิดกระจก ที่ใช้ประกอบกับบานเลื่อนมีความสำคัญไม่แพ้ตัวโครงอลูมิเนียมเอง บทความนี้ SMG Glass & Metals รวบรวมความรู้เชิงลึกไว้ให้ครบ ทั้งสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ช่างติดตั้ง และสถาปนิกผู้ออกแบบ
บานเลื่อนอลูมิเนียมคืออะไร มีกี่ประเภท
ประตู-หน้าต่างบานเลื่อน (Sliding Door/Window) คือระบบวงกบอลูมิเนียมที่ให้บานเปิด-ปิดด้วยการเลื่อนในแนวราบบนราง (Track) แทนการผลักหรือบานพับ จุดเด่นคือประหยัดพื้นที่เปิด-ปิด ไม่กินพื้นที่ใช้สอยเหมือนบานเปิด และสามารถทำเป็นบานกระจกขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรัศมีการหมุนของบาน
ระบบที่พบได้บ่อยในตลาดไทยแบ่งตามโครงสร้างหลักๆ ได้แก่
ระบบ 2 ราง (2-Track): ราคาประหยัด เหมาะกับหน้าต่างและประตูขนาดกลาง-เล็ก
ระบบ 3 ราง (3-Track): เพิ่มความยืดหยุ่นในการเปิดพื้นที่ได้กว้างขึ้น นิยมใช้กับประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่
ระบบ Slide & Fold / Slide & Stack: บานเลื่อนพับหรือเลื่อนซ้อนที่เปิดพื้นที่ได้เกือบ 100% นิยมใช้ในงานบ้านพักตากอากาศและร้านอาหาร
ระบบ Thermal Break Aluminium: โครงอลูมิเนียมที่มีแผ่นกั้นความร้อน (Polyamide Bar) คั่นระหว่างผิวในและผิวนอก ช่วยลดการนำความร้อนผ่านโครงโลหะ นิยมใช้ในโครงการที่ต้องการผ่านมาตรฐาน Thai BEC หรือ EGAT No.4
ข้อควรรู้ สำหรับช่างติดตั้ง ควรตรวจสอบความลึกของร่องราง (Track Groove Depth) ความหนาผนังวงกบ (Wall Thickness) และระยะยึด Sash เทียบกับน้ำหนักกระจกที่จะใช้ เพื่อป้องกันปัญหาบานหย่อนหรือรางสึกก่อนเวลาอันควร โดยทั่วไปบานที่ใช้กระจก Laminated หรือ IGU ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่ากระจกเดี่ยว ต้องใช้ล้อเลื่อน (Roller) ที่รับน้ำหนักได้สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป
กระจกที่ใช้กับบานเลื่อนมีชนิดใดบ้าง
กระจกใสธรรมดาเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพพลังงานในปัจจุบัน SMG จึงแนะนำให้พิจารณากระจกร่วมกับระบบบานเลื่อนดังนี้
กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) ผ่านกระบวนการอบด้วยความร้อนสูงแล้วเป่าเย็นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา 4-5 เท่า และเมื่อแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กไม่คมบาด ตาม มอก. 871 ถือเป็นกระจกนิรภัยที่จำเป็นสำหรับบานเลื่อนที่ติดตั้งในตำแหน่งเสี่ยงต่อการกระแทก เช่น ประตูทางเข้า-ออก หรือบานที่ความสูงจากพื้นเกินเกณฑ์ที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด
กระจกลามิเนต (Laminated Glass) กระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปประกบด้วยแผ่นฟิล์ม PVB ตรงกลาง เมื่อแตกเศษกระจกจะเกาะติดฟิล์มไม่ร่วงหล่น เหมาะสำหรับบานเลื่อนชั้นบนของอาคารสูง หรือพื้นที่ที่ต้องการเพิ่มการป้องกันการงัดแงะ (Security) และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก
กระจก IGU (Insulating Glass Unit) กระจก 2 ชั้นประกบห่างกันด้วยเว้นอากาศหรือแก๊สเฉื่อย ช่วยเพิ่มค่าความเป็นฉนวนความร้อน (U-Value ต่ำลง) และลดเสียง เหมาะกับบานเลื่อนโครงการคอนโดมิเนียมหรืออาคารสำนักงานที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิภายในและประหยัดพลังงานเครื่องปรับอากาศ
กระจก Low-E (Low Emissivity) เคลือบผิวกระจกด้วยชั้นโลหะออกไซด์บางพิเศษ ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนอินฟราเรดกลับออกไป ในขณะที่ยังคงให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ (VLT สูง) เหมาะกับบานเลื่อนด้านที่รับแดดจัด เช่น ทิศตะวันตกและทิศใต้ของอาคารในประเทศไทย
กระจกอะคูสติก (Acoustic Glass) ใช้ฟิล์มคั่นกลางแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับคลื่นเสียงโดยเฉพาะ เหมาะกับบานเลื่อนของห้องนอนหรืออาคารที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่ สนามบิน หรือพื้นที่เสียงดัง
ข้อดีของการเลือกกระจกบานเลื่อนคุณภาพสูง
ความปลอดภัยที่มากกว่า
บานเลื่อนที่ใช้กระจกเทมเปอร์หรือลามิเนตช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากกระจกแตก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ และเป็นข้อกำหนดบังคับในหลายกรณีตามกฎหมายควบคุมอาคารของไทย
ประหยัดพลังงานระยะยาว
การเลือกกระจก Low-E หรือ IGU ที่มีค่า SHGC (Solar Heat Gain Coefficient) ต่ำ ช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลงและประหยัดค่าไฟในระยะยาว โดยเฉพาะกับบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่รับแดดมาก
ลดเสียงรบกวนจากภายนอก
ค่าดัชนีลดเสียง Rw (Sound Transmission Loss) ของกระจกลามิเนตหรือกระจกอะคูสติกที่สูงขึ้น ช่วยให้พื้นที่ภายในเงียบสงบมากขึ้น เหมาะกับที่พักอาศัยติดถนนใหญ่หรือย่านชุมชน
เพิ่มความสวยงามและมูลค่าอาคาร
บานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ช่วยเชื่อมพื้นที่ภายในกับภายนอกให้ดูต่อเนื่อง เพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่ง ขณะที่ตัวเลือกกระจกสีตัดแสงหรือกระจกฝ้า (Frosted) ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยไม่บดบังแสงธรรมชาติทั้งหมด
เลือกกระจกบานเลื่อนอย่างไรให้เหมาะกับหน้างาน
สำหรับเจ้าของบ้านทั่วไป หากต้องการบานเลื่อนสำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนทั่วไป กระจกเทมเปอร์ใสความหนา 6-8 มม. ก็เพียงพอต่อความปลอดภัยพื้นฐาน แต่หากบ้านตั้งอยู่ในทิศที่แดดแรงหรือใกล้ถนน ควรพิจารณาอัปเกรดเป็นกระจก Low-E หรือกระจกอะคูสติกเพิ่มเติม
สำหรับช่างติดตั้งและผู้รับเหมา ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงอลูมิเนียมและอุปกรณ์ยึด (Hardware) รองรับน้ำหนักกระจกที่เลือกใช้ โดยเฉพาะกระจก Laminated และ IGU ที่มีน้ำหนักต่อตารางเมตรสูงกว่ากระจกเดี่ยวมาก การเลือกล้อเลื่อนและรางที่ไม่เหมาะสมกับน้ำหนักกระจกเป็นสาเหตุหลักของปัญหาบานเลื่อนฝืดหรือหลุดร่องรางในอนาคต
สำหรับสถาปนิกและนักออกแบบ งานอาคารพาณิชย์หรือคอนโดมิเนียมที่ต้องผ่านเกณฑ์ Thai BEC ควรระบุค่า SHGC และ U-Value ของกระจกบานเลื่อนในสเปกให้ชัดเจน และพิจารณาการใช้กระจก Low-E ร่วมกับ IGU เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพพลังงานและความสวยงามตามคอนเซ็ปต์การออกแบบ
กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกบานเลื่อนของ SMG
SMG Glass & Metals มีกระจกหลากหลายชนิดที่พร้อมนำไปประกอบกับระบบบานเลื่อนอลูมิเนียมทุกรูปแบบ
กระจกเทมเปอร์ SMG — กระจกนิรภัยพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน มอก. 871 เหมาะกับบานเลื่อนทุกประเภท
กระจกลามิเนต SMG — เพิ่มความปลอดภัยและลดเสียงรบกวน เหมาะกับอาคารสูงและพื้นที่ใกล้ถนนใหญ่
กระจก IGU SMG — กระจกฉนวน 2 ชั้น เพิ่มประสิทธิภาพประหยัดพลังงาน เหมาะกับโครงการที่ต้องผ่านเกณฑ์ Thai BEC
กระจก Low-E SMG — ควบคุมความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยไม่ลดทอนความสว่างของแสงธรรมชาติ
กระจก Copper-Free SMG — กระจกเงาและกระจกตกแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับงานตกแต่งบานเลื่อนพิเศษ
เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา
SMG Glass นำเสนอบทความทางเทคนิค เครื่องมือ และความรู้ออนไลน์ มากมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของคุณ
เกี่ยวกับกระจก และช่วยให้คุณเลือกการติดตั้งกระจกทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการคุณ
เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม!