กระจกเทมเปอร์

โซลูชันกระจกนิรภัยที่แข็งแรง ทนความร้อน และปลอดภัยเมื่อแตก สำหรับงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่

กระจกเทมเปอร์มีความแข็งแรงต่อแรงกระแทกและแรงดัดสูงกว่ากระจกธรรมดา 4-5 เท่า ในความหนาที่เท่ากัน

 

แนวโน้มการออกแบบอาคารสมัยใหม่ที่ต้องการความโปร่งใส เปิดรับแสงธรรมชาติ และลดการใช้ผนังทึบ ทำให้กระจกถูกนำมาใช้ในตำแหน่งที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประตูกระจกบานเปลือย ฉากกั้นอาบน้ำ ราวกันตก หรือผนังกระจกเต็มบาน กฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานความปลอดภัยในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย จึงกำหนดให้ตำแหน่งเหล่านี้ต้องใช้กระจกนิรภัย (Safety Glass) ซึ่งกระจกเทมเปอร์คือคำตอบที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยความแข็งแรงที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวและพฤติกรรมการแตกที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

กระจกเทมเปอร์คืออะไร และมีขั้นตอนการผลิตอย่างไร

กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass หรือ Toughened Glass) คือกระจกโฟลตธรรมดา (Annealed Float Glass) ที่ผ่านกระบวนการอบชุบความร้อน (Thermal Tempering) เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างความเค้นภายในเนื้อกระจก ทำให้แข็งแรงขึ้นหลายเท่าโดยที่ความใส สี และความหนาไม่เปลี่ยนแปลง

 

ขั้นตอนการผลิต

  • ตัดและเจียรแต่งขอบก่อนอบ กระจกจะถูกตัดตามขนาด เจาะรู บากมุม และเจียรขอบให้เรียบร้อยทั้งหมด “ก่อน” เข้าเตาอบ เพราะเมื่อผ่านกระบวนการเทมเปอร์แล้ว จะไม่สามารถตัด เจาะ หรือเจียรได้อีก การพยายามตัดจะทำให้กระจกแตกละเอียดทันที นี่คือเหตุผลที่ช่างและผู้ออกแบบต้องระบุขนาด ตำแหน่งรูเจาะ และรายละเอียดฮาร์ดแวร์ให้ครบถ้วนตั้งแต่ขั้นตอนสั่งผลิต
  • ให้ความร้อน กระจกถูกลำเลียงเข้าเตาอบ (Tempering Furnace) และให้ความร้อนสม่ำเสมอจนถึงประมาณ 620-700°C ซึ่งใกล้จุดอ่อนตัวของกระจก (Softening Point)
  • เป่าลมเย็นอย่างรวดเร็ว (Quenching) ทันทีที่ออกจากเตา ผิวกระจกทั้งสองด้านจะถูกเป่าด้วยลมแรงดันสูงให้เย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว ผิวนอกเย็นตัวและแข็งตัวก่อน ในขณะที่เนื้อในยังร้อนอยู่ เมื่อเนื้อในเย็นตัวและหดตัวตามมา จะดึงผิวนอกเข้าหากัน เกิดเป็นแรงอัดที่ผิว (Surface Compression) และแรงดึงที่แกนกลาง (Core Tension) ที่สมดุลกัน

โครงสร้างความเค้นนี้เองคือหัวใจของกระจกเทมเปอร์ — รอยร้าวของกระจกจะเริ่มจากผิวเสมอ เมื่อผิวถูก “บีบ” ด้วยแรงอัดตลอดเวลา (มาตรฐานสากลกำหนดแรงอัดผิวขั้นต่ำที่ประมาณ 69 MPa สำหรับ Fully Tempered) แรงภายนอกที่มากระทำต้องเอาชนะแรงอัดนี้ก่อนจึงจะทำให้กระจกแตกได้ ความแข็งแรงโดยรวมจึงเพิ่มขึ้น 4-5 เท่าเมื่อเทียบกับกระจกธรรมดาที่ความหนาเท่ากัน

imgi 11 tempered glass m6jb1lc4f1 middle

กระจกเทมเปอร์มีข้อดีอย่างไรบ้าง

ความแข็งแรงสูงต่อแรงกระแทกและแรงดัด

กระจกเทมเปอร์รับแรงกระแทก แรงดัด และแรงกดได้มากกว่ากระจกธรรมดา 4-5 เท่า ที่ความหนาเท่ากัน ทำให้สามารถใช้กระจกบานใหญ่ขึ้น รับแรงลม (Wind Load) ได้สูงขึ้น หรือใช้ในตำแหน่งที่มีโอกาสถูกกระแทกจากการใช้งานประจำวัน เช่น ประตู บานเปิด และพื้นที่สัญจร โดยไม่ต้องเพิ่มความหนาโดยไม่จำเป็น ซึ่งช่วยลดทั้งน้ำหนักโครงสร้างและต้นทุน

 

ความปลอดภัยเมื่อแตก แตกเป็นเม็ดเล็ก ไม่มีคมยาว

จุดขายสำคัญที่สุดของกระจกเทมเปอร์คือพฤติกรรมการแตก (Fracture Pattern) เมื่อแตก แรงดึงที่สะสมอยู่ในแกนกลางจะปลดปล่อยออกมาทันที ทำให้กระจกแตกกระจายเป็นเม็ดเล็ก ๆ คล้ายเม็ดข้าวโพด ขอบมนไม่แหลมคม แทนที่จะแตกเป็นปากฉลามชิ้นใหญ่แบบกระจกธรรมดาซึ่งอันตรายถึงชีวิต มาตรฐาน มอก. 965 และมาตรฐานสากลจึงกำหนดการทดสอบนับจำนวนเศษกระจก (Fragmentation Test) เพื่อยืนยันว่ากระจกแตกละเอียดจริงตามเกณฑ์ความปลอดภัย

 

ทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (Thermal Shock)

กระจกธรรมดาทนความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างจุดร้อนกับจุดเย็นบนแผ่นเดียวกันได้เพียงประมาณ 40°C แต่กระจกเทมเปอร์ทนได้ถึงประมาณ 200-250°C จึงเหมาะกับตำแหน่งที่โดนแดดจัดบางส่วนและร่มบางส่วน (เสี่ยง Thermal Breakage) กระจกใกล้แหล่งความร้อน ฉากกั้นอาบน้ำที่เจอน้ำร้อนสลับเย็น รวมถึงงานเฟอร์นิเจอร์อย่างท็อปโต๊ะและชั้นวางในครัว สำหรับสภาพอากาศร้อนจัดแบบประเทศไทย โดยเฉพาะกระจกสีเข้มหรือกระจกสะท้อนแสงบนหน้าอาคารทิศตะวันตก การใช้กระจกอบความร้อนช่วยลดความเสี่ยงการแตกจากความร้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

ใช้เป็นกระจกโครงสร้างและงานบานเปลือยได้

ด้วยความแข็งแรงที่สูงและขอบที่ผ่านการเจียรก่อนอบ กระจกเทมเปอร์สามารถใช้ในงานที่ไม่มีเฟรมรองรับรอบด้าน ได้ เช่น ประตูกระจกเทมเปอร์บานเปลือย (Frameless Door) ผนังกระจกยึดด้วยฟิตติ้ง (Point-Fixed / Spider Fitting) และตู้อาบน้ำแบบไร้กรอบ ซึ่งเป็นภาษาการออกแบบที่กระจกธรรมดาทำไม่ได้อย่างปลอดภัย

 

รูปลักษณ์ไม่ต่างจากกระจกเดิม

กระบวนการเทมเปอร์ไม่เปลี่ยนความใส สี หรือค่าการส่องผ่านแสงของกระจกตั้งต้น กระจกโฟลตใส กระจกสี กระจก Low-E หรือกระจกเคลือบสะท้อนแสง ล้วนนำมาเทมเปอร์ได้ (โดยกระจกเคลือบบางชนิดต้องเป็นรุ่นที่ระบุว่า Temperable) จึงตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความสวยงามพร้อมกัน

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้

เนื้อหาส่วนนี้สำคัญเป็นพิเศษสำหรับช่างและผู้ออกแบบ เพราะเป็นจุดที่มักถูกมองข้าม:

1. ตัด เจาะ เจียรหลังอบไม่ได้ — ทุกมิติต้องสรุปก่อนสั่งผลิต หากหน้างานคลาดเคลื่อนต้องสั่งผลิตใหม่เท่านั้น ช่างควรวัดหน้างานจริง (Site Measurement) หลังงานโครงสร้างและงานฉาบเสร็จ ไม่ควรถอดขนาดจากแบบเพียงอย่างเดียว

2. เมื่อแตกจะแตกทั้งบาน — กระจกเทมเปอร์ไม่แตกเป็นรอยร้าวเฉพาะจุดแบบกระจกธรรมดา เมื่อแตกคือแตกละเอียดทั้งแผ่นและร่วงหล่นจากกรอบทันที ช่องเปิดจะไม่มีอะไรปิดกั้น ดังนั้นในงานที่ต้องการให้กระจกยังคงอยู่ในกรอบหลังแตก เช่น กระจกกันตก กระจกหลังคา ช่องแสงเหนือศีรษะ หรือราวกันตกอาคารสูง มาตรฐานส่วนใหญ่กำหนดให้ใช้กระจกลามิเนต หรือกระจกเทมเปอร์ลามิเนต แทนกระจกเทมเปอร์เปลือยแผ่นเดียว

3. การแตกเองจากสิ่งเจือปนนิกเกิลซัลไฟด์ (NiS Spontaneous Breakage) — เนื้อกระจกอาจมีผลึกนิกเกิลซัลไฟด์ขนาดจิ๋วปะปนจากกระบวนการผลิตวัตถุดิบ ผลึกนี้จะขยายตัวช้า ๆ ตามเวลา และหากอยู่ในโซนแรงดึงกลางเนื้อกระจก อาจทำให้กระจกเทมเปอร์แตกเองโดยไม่มีแรงภายนอกมากระทำ แม้โอกาสเกิดจะต่ำ แต่สำหรับอาคารสูงหรือตำแหน่งเหนือศีรษะ ความเสี่ยงนี้ยอมรับไม่ได้ ทางแก้ที่เป็นมาตรฐานสากลคือระบุ Heat Soak Test (HST ตาม EN 14179) ในสเปค ซึ่งเป็นการอบกระจกซ้ำที่ ~290°C เพื่อเร่งให้แผ่นที่มีผลึก NiS แตกคัดออกตั้งแต่ในโรงงาน หรือเลือกใช้กระจกเทมเปอร์ลามิเนตเพื่อให้เศษกระจกยังยึดติดกับฟิล์มแม้เกิดการแตก

4. ความเรียบผิวและการบิดตัวเล็กน้อย (Roller Wave Distortion) — กระจกเคลื่อนผ่านลูกกลิ้งในเตาอบขณะอ่อนตัว จึงอาจเกิดคลื่นบนผิวเล็กน้อย มองเห็นเป็นเงาสะท้อนบิดเบี้ยวในบางมุม รวมถึงอาจเห็นลาย Anisotropy (ลายเสือ/จุดสีรุ้ง) เมื่อมองผ่านแสงโพลาไรซ์หรือใส่แว่นกันแดดโพลารอยด์ ซึ่งเป็นธรรมชาติของกระบวนการ ไม่ใช่ตำหนิ แต่สถาปนิกที่เข้มงวดเรื่องเงาสะท้อนบนหน้าอาคาร ควรระบุค่าความคลาดเคลื่อน (เช่น Roller Wave สูงสุด) ในสเปคและขอดูตัวอย่างจริง

ความหนาของกระจกเทมเปอร์และการเลือกใช้

กระจกเทมเปอร์ผลิตได้จากกระจกความหนามาตรฐานตั้งแต่ 4, 5, 6, 8, 10, 12, 15 จนถึง 19 มม. โดยความหนาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดบาน แรงลม ระบบการยึด และประเภทการใช้งาน แนวทางเบื้องต้นที่ใช้กันทั่วไป:

ความหนาการใช้งานทั่วไป
4-5 มม.ชั้นวางของขนาดเล็ก บานตู้เฟอร์นิเจอร์ กรอบรูป
6 มม.หน้าต่างมีเฟรม ฉากกั้นภายในขนาดเล็ก ท็อปโต๊ะ
8 มม.ฉากกั้นอาบน้ำแบบมีเฟรม บานเลื่อน ผนังกั้นห้อง
10 มม.ประตูเทมเปอร์บานเปลือย ฉากกั้นอาบน้ำไร้กรอบ ผนังกระจกภายใน
12 มม.ประตูบานเปลือยขนาดใหญ่ ผนัง Frameless ราวกันตก (แบบลามิเนต) งาน Spider Fitting
15-19 มม.กระจกโครงสร้าง ครีบกระจก (Glass Fin) ผนังกระจกช่วงกว้างพิเศษ

ข้อควรระวังสำหรับผู้ออกแบบ: ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางเริ่มต้น การเลือกความหนาจริงในงานภายนอกอาคารต้องคำนวณจากแรงลมตามกฎกระทรวงและ มยผ. ที่เกี่ยวข้อง ขนาดบาน อัตราส่วนกว้าง-ยาว และระยะรองรับ (2 ด้าน / 4 ด้าน / Point-Fixed) โดยผู้ผลิตกระจกรายใหญ่มีบริการคำนวณ Glass Thickness Calculation ประกอบการออกแบบ ควรใช้บริการนี้แทนการเทียบตารางเสมอในงานที่มีความเสี่ยง

สำหรับกระจกเทมเปอร์ลามิเนต จะเรียกชื่อตามแผ่นประกอบ เช่น กระจกเทมเปอร์ลามิเนต 10 มม. (5+5) หมายถึงกระจกเทมเปอร์ 5 มม. สองแผ่นประกบฟิล์ม PVB ตรงกลาง

สรุปแนวทางเลือกใช้

  • ต้องการความแข็งแรงและความปลอดภัยเมื่อแตก ในตำแหน่งที่คนสัมผัสได้ → เทมเปอร์
  • ต้องการให้กระจกค้างอยู่ในตำแหน่งหลังแตก (เหนือศีรษะ กันตก กันขโมย กันเสียง) → ลามิเนต หรือเทมเปอร์ลามิเนต
  • ต้องการลดความเสี่ยง Thermal Breakage บนหน้าอาคาร แต่ไม่ต้องการความเสี่ยง NiS และไม่ใช่ตำแหน่งบังคับกระจกนิรภัย → ฮีทสเตร็งเท่น (มักใช้เป็นแผ่นประกบในงานลามิเนตหน้าอาคาร)
  • งานที่ต้องการทั้งความแข็งแรงสูงสุดและความปลอดภัยหลังแตกพร้อมกัน เช่น ราวกันตกไร้กรอบ พื้นกระจก หลังคากระจก → เทมเปอร์ลามิเนต

    กระจกเทมเปอร์ใช้สำหรับสิ่งใดบ้าง

    งานที่กฎหมายและมาตรฐานกำหนดให้ใช้กระจกนิรภัย

    ประตูกระจกทุกชนิด กระจกข้างประตู (Sidelite) กระจกที่ติดตั้งต่ำใกล้ระดับพื้น ฉากกั้นอาบน้ำและพื้นที่เปียก ผนังกระจกในพื้นที่สาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า — ตำแหน่งเหล่านี้คือ “Hazardous Locations” ที่มาตรฐานความปลอดภัยกำหนดให้ต้องใช้กระจกนิรภัย ซึ่งกระจกเทมเปอร์ตอบโจทย์ด้วยต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด

     

    งานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน

    ประตูเทมเปอร์บานเปลือยพร้อมฟิตติ้งสแตนเลส ผนังกั้นสำนักงานแบบ Frameless ราวบันไดและราวกันตกกระจก (ใช้แบบลามิเนต) ผนัง Shopfront ร้านค้า ตู้โชว์สินค้า และงาน Curtain Wall ที่ต้องการรับแรงลมสูง

     

    งานเฟอร์นิเจอร์และของใช้

    ท็อปโต๊ะ ชั้นวางของ บานตู้ ประตูเตาอบ ฝาครอบเตาแม่เหล็กไฟฟ้า ตู้แช่ และหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ล้วนใช้กระจกเทมเปอร์เพราะทนความร้อน ทนรอยขีดข่วนจากการใช้งาน และปลอดภัยหากเกิดการแตก

     

    งานยานยนต์

    กระจกด้านข้างและกระจกหลังของรถยนต์ใช้กระจกเทมเปอร์ เพื่อให้แตกเป็นเม็ดเล็กไม่ทำอันตรายผู้โดยสาร และทุบหนีออกได้ในกรณีฉุกเฉิน (ขณะที่กระจกบังลมหน้าใช้กระจกลามิเนต เพื่อให้คงสภาพบังลมและรองรับถุงลมนิรภัย)

     

    งานเขตร้อนและอาคารในประเทศไทย

    ด้วยแดดจัดตลอดปี กระจกหน้าอาคารที่เป็นกระจกสีตัดแสงหรือกระจกเคลือบ Solar Control มีความเสี่ยง Thermal Breakage สูง การอบเทมเปอร์หรือฮีทสเตร็งเท่นกระจกเหล่านี้จึงแทบเป็นข้อบังคับโดยพฤตินัยในงานอาคารสูง และเมื่อประกอบเป็นกระจกอินซูเลท (Insulated Glass Unit) ร่วมกับกระจก Low-E จะได้ทั้งความแข็งแรง ความปลอดภัย และการประหยัดพลังงานในชุดเดียว

     

    กระจกเทมเปอร์คือกระจกนิรภัยพื้นฐานที่สุดและคุ้มค่าที่สุดสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงและความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน จุดแข็งคือความแข็งแรง 4-5 เท่า ทนความร้อนสูง และแตกเป็นเม็ดเล็กไม่มีคม ส่วนข้อจำกัดที่ต้องวางแผนล่วงหน้าคือการตัดเจาะหลังอบไม่ได้ การร่วงทั้งบานเมื่อแตก และความเสี่ยง NiS ในงานอาคารสูงที่ควรจัดการด้วย Heat Soak Test หรือการลามิเนต

     

    การเลือกใช้ที่ถูกต้องไม่ใช่แค่ “เทมเปอร์หรือไม่เทมเปอร์” แต่คือการจับคู่ชนิดกระจก ความหนา ระบบยึด และมาตรฐานอ้างอิงให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละตำแหน่งติดตั้ง หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้ผลิตกระจกหรือวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้าน Glass Engineering ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อความปลอดภัยและงบประมาณที่ควบคุมได้ตลอดโครงการ

    10

    เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเราที่นี่!

    SMG Glass นำเสนอบทความทางเทคนิค เครื่องมือ และความรู้ออนไลน์ มากมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของคุณ

    เกี่ยวกับกระจก และช่วยให้คุณเลือกการติดตั้งกระจกทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการคุณ 

    เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม!

    ข้อมูลเชิงลึกของ SMG Glass & Metal

    imgi 20 lowe glass gr4ut2dgyb middle
    Read More
    imgi 19 float glass agqmkis5oj middle
    Read More
    imgi 16 float glass tbv2vqgua8 middle
    Read More

    SMG Glass And Metal Co., Ltd.

    ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกแปรรูปครบวงจร ให้บริการมากกว่า 10 ปี

    logo sm dark

    SMG Glass And Metal Co., Ltd.

    ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกแปรรูปครบวงจร — เทมเปอร์ · ลามิเนต · อินซูเลท ให้บริการสถาปนิก ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ
    และงานตกแต่งอาคารขนาดกลางขึ้นไป 
    จัดหาจากโรงงานคุณภาพทั่วประเทศ · สั่งผลิตตามแบบ · ประเมินราคาฟรี

    ONLY THE SIGNIFICANT

    © Copyright 2026 | Powered by SMG Glass And Metal Co., Ltd.