เกี่ยวกับกระจก

imgi 19 float glass agqmkis5oj middle

กระจกประตู

โซลูชันประตูกระจกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การเปิดพื้นที่ และความปลอดภัย สำหรับบ้านพักอาศัย ร้านค้า และอาคารพาณิชย์ ความนิยมในการออกแบบพื้นที่แบบเปิดโล่ง (Open Plan) และการเชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับภายนอกอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ประตูกระจกบานสวิงและบานเฟี้ยมกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของทั้งเจ้าของบ้าน ผู้ประกอบการร้านค้า และสถาปนิก เพราะนอกจากจะให้ทัศนวิสัยที่โปร่งใส รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่แล้ว ยังช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นและเพิ่มมูลค่าให้กับงานสถาปัตยกรรมอีกด้วย ประตูกระจกบานสวิงคืออะไร และมีกี่ประเภท ประตูกระจกบานสวิง (Glass Swing Door) คือประตูที่หมุนเปิด–ปิดรอบจุดหมุน (Pivot) หรือบานพับ (Hinge) โดยตัวบานทำจากกระจกนิรภัยเทมเปอร์แบบเปลือย (Frameless) หรือมีเฟรมอะลูมิเนียม/สเตนเลสประกอบ นิยมใช้เป็นประตูทางเข้าหลักของร้านค้า สำนักงาน โรงแรม และบ้านพักอาศัยสมัยใหม่   ประเภทของบานสวิงตามลักษณะการเปิด 1. บานสวิงทางเดียว (Single Action) — เปิดได้ทิศทางเดียว เข้าหรือออก เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการควบคุมทิศทางการสัญจร เช่น ห้องประชุม ห้องทำงาน 2. บานสวิงสองทาง (Double Action) — เปิดได้ทั้งผลักเข้าและผลักออก โดยบานจะดีดกลับมาปิดที่ตำแหน่งกึ่งกลางเองด้วยโช้คอัพฝังพื้น เหมาะกับทางเข้าที่มีคนสัญจรหนาแน่น เช่น หน้าร้านค้า ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน 3. บานสวิงเดี่ยวและบานสวิงคู่ — บานเดี่ยวเหมาะกับช่องเปิดกว้างไม่เกินประมาณ 1.20 เมตร ส่วนบานคู่ (Double Door) ใช้กับช่องเปิดกว้าง 1.60–2.40 เมตร ให้ความรู้สึกโอ่โถงและรองรับการสัญจรพร้อมกันสองทิศทาง อุปกรณ์หลักของประตูบานสวิงกระจก โช้คอัพฝังพื้น (Floor Spring / Floor Hinge) — หัวใจของบานสวิงแบบ Frameless ทำหน้าที่เป็นทั้งจุดหมุนและตัวหน่วงให้บานปิดกลับอย่างนุ่มนวล มีให้เลือกหลายรุ่นตามน้ำหนักบาน (เช่น รองรับ 80 กก. / 100 กก. / 150 กก.) และสามารถตั้งค่าให้ค้างบานที่ 90 องศา (Hold Open) ได้ ฟิตติ้งหนีบกระจก (Patch Fitting) — ชุดอุปกรณ์สเตนเลสหรืออะลูมิเนียมที่หนีบมุมกระจกด้านบน–ล่าง เพื่อยึดบานเข้ากับเดือยหมุนโดยไม่ต้องเจาะเฟรมรอบบาน เดือยหมุนบน (Top Pivot / Top Patch) — จุดรับแกนหมุนด้านบน ติดตั้งกับคานทับหลังหรือกระจกฟิกซ์ด้านบน (Over Panel) มือจับและกุญแจล็อก — มือจับก้านโยก มือจับแบบ Pull Handle ยาว หรือมือจับฝังในตัวบาน พร้อมชุดกุญแจล็อกที่ Patch ล่างหรือกลอนฝังพื้น ประตูกระจกบานเฟี้ยมคืออะไร และระบบรางทำงานอย่างไร ประตูกระจกบานเฟี้ยม (Glass Folding Door / Bi-Fold Door) คือประตูหลายบานที่เชื่อมต่อกันด้วยบานพับ และพับซ้อนเก็บไปด้านข้างเมื่อเปิดออก ทำให้สามารถเปิดช่องทางเข้าได้กว้างเกือบ 100% ของช่องเปิด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ประตูบานสวิงหรือบานเลื่อนทั่วไปทำไม่ได้ นิยมใช้เชื่อมพื้นที่นั่งเล่นกับสวนหรือระเบียง เชื่อมร้านอาหารกับพื้นที่ Outdoor และใช้เป็นฉากกั้นห้องอเนกประสงค์   ระบบรางของบานเฟี้ยม 1. ระบบแขวนรางบน (Top-Hung System) — น้ำหนักบานทั้งหมดถ่ายลงรางด้านบนผ่านชุดลูกล้อแขวน ส่วนรางล่างทำหน้าที่เพียงบังคับแนว (Guide) ข้อดีคือรางล่างแบนเรียบหรือฝังเสมอพื้นได้ ไม่สะดุด ทำความสะอาดง่าย เศษฝุ่นไม่สะสมจนติดขัด แต่โครงสร้างคานด้านบนต้องแข็งแรงพอรับน้ำหนักบานทั้งหมด 2. ระบบรางล่างรับน้ำหนัก (Bottom-Rolling System) — ลูกล้อรับน้ำหนักอยู่ที่รางล่าง รางบนเป็นเพียงตัวประคอง เหมาะกับกรณีที่โครงสร้างด้านบนไม่สามารถรับน้ำหนักได้ เช่น งานรีโนเวตที่คานเดิมมีข้อจำกัด แต่รางล่างจะมีร่องลึกกว่า ต้องหมั่นดูแลไม่ให้เศษฝุ่นหรือทรายเข้าไปติดในราง   การจัดเรียงบาน (Panel Configuration) บานเฟี้ยมระบุจำนวนบานและทิศทางการพับด้วยรหัส เช่น 3+0 (พับไปทางเดียว 3 บาน), 2+2 (พับแยกซ้าย–ขวาข้างละ 2 บาน) หรือ 3+1 (พับไปข้างหนึ่ง 3 บาน และมี 1 บานที่เปิดแบบบานสวิงได้อิสระ ใช้เป็นประตูเข้า–ออกประจำวันโดยไม่ต้องพับทั้งชุด — เรียกว่า Traffic Door หรือ Access Leaf ซึ่งเป็นตัวเลือกที่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับบ้านพักอาศัย) กระจกชนิดใดที่เหมาะสำหรับประตูบานสวิงและบานเฟี้ยม เนื่องจากประตูเป็นจุดที่มีการสัมผัส กระแทก และเสี่ยงต่อการชนโดยไม่ตั้งใจสูงที่สุดในอาคาร กฎหมายควบคุมอาคารและมาตรฐานความปลอดภัยจึงกำหนดให้ต้องใช้กระจกนิรภัย (Safety Glass) เท่านั้น กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) เป็นมาตรฐานหลักของประตูกระจกทั้งสองระบบ ผ่านกระบวนการอบชุบความร้อนแล้วเป่าลมเย็นอย่างรวดเร็ว ทำให้แข็งแรงกว่ากระจกธรรมดา 4–5 เท่า และเมื่อแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กคล้ายเม็ดข้าวโพด ไม่มีคมแหลมขนาดใหญ่ ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ บานสวิง Frameless: นิยมใช้กระจกเทมเปอร์ใสความหนา 10 มม. หรือ 12 มม. ขึ้นอยู่กับขนาดบานและน้ำหนัก บานเฟี้ยมแบบมีเฟรมอะลูมิเนียม: นิยมใช้กระจกเทมเปอร์ 6–10 มม. เพราะเฟรมช่วยรับแรงและกระจายน้ำหนักแล้ว กระจกลามิเนตเทมเปอร์ (Tempered Laminated Glass) สำหรับงานที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูงขึ้น เช่น อาคารสูง โรงเรียน โรงพยาบาล หรือจุดที่หากกระจกแตกแล้วเศษต้องไม่ร่วงหล่น กระจกลามิเนตที่นำกระจกเทมเปอร์ 2 แผ่นมาประกบด้วยฟิล์ม PVB (เช่น 5+5 มม.) จะให้ทั้งความแข็งแรงและคุณสมบัติที่เศษกระจกยังคงยึดติดกับฟิล์มเมื่อแตก อีกทั้งยังช่วยลดเสียงรบกวนและกรองรังสี UV ได้กว่า 99%   กระจกอินซูเลต (Insulated Glass Unit – IGU) ในโครงการที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาหรือให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน บานเฟี้ยมแบบเฟรมอะลูมิเนียมสามารถใส่กระจกอินซูเลต (กระจก 2 ชั้นมีช่องอากาศหรือก๊าซอาร์กอนคั่นกลาง) เพื่อลดการถ่ายเทความร้อนและลดภาระเครื่องปรับอากาศ โดยอาจเลือกกระจกชั้นนอกเป็นกระจก Low-E หรือกระจกตัดแสงร่วมด้วย   หมายเหตุด้านมาตรฐาน: ควรเลือกใช้กระจกเทมเปอร์ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. 965 และกระจกลามิเนตตาม มอก. 1222 พร้อมตรวจสอบตราประทับ (Stamp) บนแผ่นกระจกทุกบานก่อนติดตั้ง เปรียบเทียบข้อดี–ข้อจำกัด: บานสวิง vs บานเฟี้ยม ประตูกระจกบานสวิง ข้อดี: เปิด–ปิดรวดเร็ว เหมาะกับการสัญจรถี่ตลอดวัน อุปกรณ์น้อยชิ้น ราคาต่อจุดต่ำกว่า ดีไซน์ Frameless ให้ความรู้สึกหรูหราโปร่งใสเต็มบาน ซ่อมบำรุงง่ายเพราะระบบไม่ซับซ้อน ข้อจำกัด: ต้องเผื่อรัศมีการสวิงของบาน (Swing Clearance) ทำให้เสียพื้นที่หน้าประตู ช่องเปิดจำกัดตามความกว้างบาน การกันน้ำ–กันฝุ่นทำได้น้อยกว่าระบบมีเฟรมเพราะมีร่องว่างรอบบานประมาณ 3–5 มม.   ประตูกระจกบานเฟี้ยม ข้อดี: เปิดช่องได้กว้างสุดเกือบเต็มช่องเปิด เชื่อมพื้นที่ในและนอกอาคารได้สมบูรณ์ที่สุด ระบายอากาศดีเยี่ยม เมื่อปิดสนิทระบบเฟรมพร้อมยางซีลกันน้ำฝนและฝุ่นได้ดี เพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจให้งานออกแบบ ข้อจำกัด: ราคาสูงกว่าบานสวิงอย่างมีนัยสำคัญ (ค่าอุปกรณ์รางและลูกล้อคุณภาพสูง) ต้องมีพื้นที่ด้านข้างสำหรับซ้อนเก็บบาน การติดตั้งต้องการความแม่นยำสูงมาก โครงสร้างรองรับต้องแข็งแรงและไม่แอ่นตัว การดูแลรักษารางและลูกล้อต้องสม่ำเสมอกว่า   สรุปแนวทางเลือกเบื้องต้น: หากเป็นทางเข้า–ออกหลักที่ใช้งานถี่ → บานสวิง | หากต้องการเปิดพื้นที่กว้างเชื่อมภายใน–ภายนอกเป็นครั้งคราว → บานเฟี้ยม | หรือใช้ทั้งสองระบบร่วมกันด้วยบานเฟี้ยมแบบมี Traffic Door ข้อควรรู้ในการติดตั้งสำหรับช่าง การติดตั้งประตูกระจกทั้งสองระบบมีรายละเอียดที่ส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานและความปลอดภัย ดังนี้ งานบานสวิง การฝังโช้คอัพพื้น ต้องเทปูนหล่อบล็อกโช้คให้ได้ระดับและแนวแกนหมุนตรงกับเดือยบนเป๊ะ ความคลาดเคลื่อนของแนวดิ่ง (Plumb) ไม่ควรเกิน 1–2 มม. มิฉะนั้นบานจะปิดไม่สนิทหรือดีดกลับผิดจังหวะ ตรวจสอบระดับพื้นสำเร็จ (Finished Floor Level) ก่อนฝังโช้ค เพราะฝาครอบโช้คต้องเรียบเสมอวัสดุปูพื้นขั้นสุดท้าย การตั้งค่าโช้ค ปรับความเร็วปิด (Closing Speed) และจังหวะกระแทกปิด (Latching Action) ให้บานปิดสนิทแต่ไม่กระแทกแรง และทดสอบรอบการเปิด–ปิดอย่างน้อย 10–20 ครั้งก่อนส่งงาน เว้นร่อง (Gap) รอบบาน โดยทั่วไป 3–5 มม. สม่ำเสมอทุกด้าน หากร่องไม่เท่ากันแสดงว่าแนวแกนหมุนเอียง งานบานเฟี้ยม ตรวจสอบคานทับหลัง (Lintel) ก่อนติดตั้งระบบ Top-Hung คานต้องรับน้ำหนักรวมของทุกบานได้โดยมีระยะแอ่นตัว (Deflection) ไม่เกินที่ผู้ผลิตรางกำหนด (โดยทั่วไปไม่เกิน L/500 หรือประมาณ 2–3 มม.) หากคานแอ่นแม้เพียงเล็กน้อย บานจะฝืด เลื่อนสะดุด หรือพับไม่เข้าตำแหน่ง การตั้งรางต้องได้ระดับน้ำ 100% ใช้ระดับน้ำเลเซอร์ตรวจตลอดแนวราง ความคลาดเคลื่อนสะสมของรางยาวเป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหามากที่สุดในงานบานเฟี้ยม ระยะเผื่อการยืด–หดของอะลูมิเนียม ในงานภายนอกที่โดนแดดโดยตรง เผื่อ Expansion Gap ตามคำแนะนำของระบบเฟรม งานซีลกันน้ำ ยาแนวซิลิโคนชนิด Neutral Cure ระหว่างเฟรมกับโครงสร้าง พร้อมตรวจแนวลาดเอียงธรณีประตู (Threshold) ให้น้ำไหลออกด้านนอก และติดตั้งรูระบายน้ำ (Weep Hole) ของเฟรมให้ครบไม่อุดตัน ทดสอบก่อนส่งมอบ เปิด–พับ–เก็บบานครบทุกรูปแบบการใช้งาน ตรวจการล็อกทุกจุด (Multi-Point Lock) และการทำงานของ Traffic Door แนวทางการออกแบบและกำหนดสเปกสำหรับสถาปนิก ขนาดและสัดส่วนบาน บานสวิง Frameless: ความกว้างบานที่เหมาะสม 0.80–1.10 ม. สูงไม่เกินประมาณ 2.40–3.00 ม. (ขึ้นกับความหนากระจกและรุ่นโช้ค) บานที่กว้างหรือสูงเกินไปจะเพิ่มโมเมนต์ที่แกนหมุนและทำให้อุปกรณ์เสื่อมเร็ว หากต้องการช่องเปิดสูงมาก แนะนำใช้กระจกฟิกซ์ Over Panel ด้านบนแล้วคุมความสูงบานเปิดจริงไว้ บานเฟี้ยม: ความกว้างต่อบานที่นิยม 0.70–1.00 ม. น้ำหนักต่อบานควรอยู่ในพิสัยที่ชุดล้อรองรับ (ตรวจสอบตารางน้ำหนักของผู้ผลิตราง ซึ่งทั่วไปอยู่ราว 80–120 กก./บาน) และควรคำนวณน้ำหนักกระจกจริง: กระจกหนา 10 มม. หนักประมาณ 25 กก./ตร.ม. ประเด็นที่ต้องระบุในสเปก 1. ชนิดและความหนากระจก พร้อมมาตรฐานอ้างอิง (มอก. 965 / มอก. 1222) และข้อกำหนด Heat Soak Test สำหรับกระจกเทมเปอร์ในตำแหน่งเสี่ยงต่อการแตกเอง (Spontaneous Breakage จาก NiS Inclusion) โดยเฉพาะบานขนาดใหญ่หรืออาคารสาธารณะ 2.ภาระลม (Wind Load) สำหรับบานเฟี้ยมภายนอกอาคาร โดยเฉพาะอาคารสูงหรือพื้นที่ริมทะเล ให้ตรวจสอบค่าการทดสอบระบบเฟรม (Air Infiltration / Water Penetration / Structural Performance) จากผู้ผลิต 3.เกรดอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ระบุ Cycle Test ของโช้คอัพพื้น (เช่น ผ่านการทดสอบ 500,000 รอบขึ้นไปสำหรับงานสัญจรหนาแน่น) และวัสดุฟิตติ้งเป็นสเตนเลสเกรด 304 ทั่วไป หรือ 316 สำหรับพื้นที่ใกล้ทะเล 4.ทิศทางการเปิดและ Accessibility ความกว้างสุทธิของช่องเปิดเมื่อกางบาน 90 องศาต้องไม่น้อยกว่า 0.90 ม. สำหรับเส้นทางที่ต้องรองรับผู้ใช้รถเข็น และพิจารณาธรณีประตูแบบ Flush Threshold ในงาน Universal Design 5.แถบสัญลักษณ์บนกระจก (Manifestation) กำหนดสติกเกอร์ ฟริตพ่นทราย หรือลวดลายที่ระดับสายตา (ประมาณ 0.90–1.00 ม. และ 1.40–1.60 ม. จากพื้น) เพื่อป้องกันคนเดินชนกระจกใส ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในอาคารสาธารณะ 6.การประสานงานโครงสร้าง แจ้งวิศวกรโครงสร้างล่วงหน้าเรื่องน้ำหนักแขวนของบานเฟี้ยม Top-Hung และตำแหน่งฝังบล็อกโช้คพื้นของบานสวิง ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการสกัดพื้น–คานภายหลัง   มุมมองด้านพลังงานและสภาวะน่าสบาย ช่องเปิดกระจกขนาดใหญ่หมายถึงภาระความร้อนที่เพิ่มขึ้นในภูมิอากาศร้อนชื้นแบบประเทศไทย ทิศที่รับแดดบ่าย (ตะวันตก–ตะวันตกเฉียงใต้) ควรพิจารณากระจกตัดแสง กระจก Low-E หรือกระจกอินซูเลตร่วมกับการออกแบบชายคา/แผงบังแดด เพื่อให้ได้ทั้งความโปร่งและค่า OTTV ที่ผ่านเกณฑ์กฎหมายอาคารอนุรักษ์พลังงาน การดูแลรักษาให้ใช้งานได้ยาวนาน ทำความสะอาดรางบานเฟี้ยมอย่างสม่ำเสมอ ใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือแปรงปัดเศษทรายออกจากราง โดยเฉพาะรางล่าง ห้ามใช้จาระบีหรือน้ำมันหล่อลื่นในรางเพราะจะจับฝุ่นจนติดขัด ให้ใช้สเปรย์หล่อลื่นชนิดแห้ง (Dry Lubricant / Silicone Spray) กับลูกล้อและบานพับตามรอบที่ผู้ผลิตแนะนำ ตรวจสภาพโช้คอัพพื้นทุก 6–12 เดือน หากบานปิดกระแทก ปิดไม่สนิท หรือมีน้ำมันซึมที่ฝาครอบโช้ค ให้เรียกช่างปรับตั้งหรือเปลี่ยนทันที ตรวจยางซีลและซิลิโคนรอบเฟรมปีละครั้ง หากพบการแข็งกรอบ ฉีกขาด หรือหลุดร่อน ให้เปลี่ยนก่อนถึงฤดูฝน เช็ดทำความสะอาดกระจกด้วยน้ำยาเช็ดกระจกทั่วไปและผ้าไมโครไฟเบอร์ หลีกเลี่ยงใบมีดขูดหรือฝอยขัดที่ทำให้ผิวกระจกเป็นรอย และหมั่นเช็ดคราบน้ำกระด้างในพื้นที่ใกล้ทะเลหรือสระว่ายน้ำเพื่อป้องกันคราบฝังแน่น ขันเช็กความแน่นของฟิตติ้งและมือจับปีละครั้ง เพราะการใช้งานถี่ทำให้สกรูคลายตัวได้ ประตูกระจกบานสวิงตอบโจทย์ทางเข้า–ออกที่ใช้งานถี่ด้วยความเรียบง่าย รวดเร็ว และงบประมาณที่คุ้มค่า ส่วนประตูกระจกบานเฟี้ยมคือคำตอบของการเปิดพื้นที่ให้กว้างที่สุดเพื่อเชื่อมโยงภายในกับภายนอกอย่างไร้ขีดจำกัด หัวใจของทั้งสองระบบอยู่ที่การเลือกกระจกนิรภัยที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์คุณภาพที่เหมาะกับน้ำหนักบาน และการติดตั้งที่แม่นยำ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กำหนดทั้งความปลอดภัย ความลื่นไหลในการใช้งาน และอายุการใช้งานในระยะยาว หากคุณกำลังวางแผนโครงการที่ต้องใช้ประตูกระจกบานสวิงหรือบานเฟี้ยม ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การเลือกชนิดกระจก การคำนวณขนาดบาน ไปจนถึงการติดตั้งหน้างานอย่างมืออาชีพ เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเราที่นี่! SMG Glass นำเสนอบทความทางเทคนิค เครื่องมือ และความรู้ออนไลน์ มากมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของคุณ เกี่ยวกับกระจก และช่วยให้คุณเลือกการติดตั้งกระจกทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการคุณ  เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม! เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา ข้อมูลเชิงลึกของ SMG Glass & Metal กระจก Low-E โซลูชันกระจกประหยัดพลังงาน ที่ให้แสงสว่างธรรมชาติโดยไม่ต้องแลกกับความร้อน ความต้องการอาคารประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้น… Read More กระจกประตู โซลูชันประตูกระจกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การเปิดพื้นที่ และความปลอดภัย สำหรับบ้านพักอาศัย ร้านค้า และอาคารพาณิชย์ ความนิยมในการออกแบบพื้นที่แบบเปิดโล่ง… Read More กระจกโฟลต กระจกแผ่นเรียบใสพื้นฐาน จุดเริ่มต้นของกระจกทุกชนิดในงานสถาปัตยกรรม กระจกโฟลตคือวัตถุดิบตั้งต้น ก่อนจะถูกนำไปเทมเปอร์… Read More No posts found

กระจกประตู Read More »

imgi 09 partition glass wq4kp579td middle

กระจกกั้นห้อง

โซลูชันแบ่งพื้นที่ที่ให้ความโปร่งโล่ง แสงธรรมชาติ และความเป็นส่วนตัวไปพร้อมกัน กระจกกั้นห้องมีข้อดีด้านการเปิดรับแสงธรรมชาติและความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่ใช้สอย ที่ผนังก่ออิฐแบบเดิมไม่สามารถให้ได้ พื้นที่สำนักงาน ที่พักอาศัย และร้านค้าสมัยใหม่กำลังหันมาใช้กระจกกั้นห้องแทนผนังทึบมากขึ้น เพราะช่วยแบ่งสัดส่วนการใช้งานโดยไม่ตัดขาดแสงและมุมมอง ทำให้พื้นที่ดูกว้างขวางแม้จะถูกแบ่งเป็นหลายโซน อย่างไรก็ตาม กระจกกั้นห้องไม่ได้มีเพียงแบบเดียว การเลือกชนิดกระจก ระบบโครงอะลูมิเนียม และคุณสมบัติเสริม เช่น การกันเสียงหรือการทนไฟ ล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานจริงและงบประมาณโครงการ กระจกกั้นห้องคืออะไร และมีให้เลือกกี่แบบ กระจกกั้นห้อง คือระบบผนังกระจกที่ใช้แบ่งพื้นที่ภายในอาคารแทนผนังก่ออิฐหรือผนังยิปซัม โดยยังคงความโปร่งใสหรือกึ่งโปร่งใสให้แสงและสายตาผ่านได้ในระดับที่ต้องการ ต่างจากกระจกฉากกั้นอาบน้ำหรือกระจกกั้นระเบียงที่ต้องเผชิญความชื้นและแรงลมโดยตรง กระจกกั้นห้องเป็นงานภายในอาคารที่เน้นเรื่องความสวยงาม เสียง และการใช้งานร่วมกับระบบโครงสร้างอาคาร เป็นหลัก ทำให้มีตัวเลือกชนิดกระจกที่หลากหลายกว่า ได้แก่ กระจกใส (Clear Glass) ให้ทัศนียภาพเต็มที่ เหมาะกับห้องประชุมหรือห้องทำงานที่ต้องการความโปร่งใส กระจกฝ้า/กระจกซาติน (Frosted/Satin Glass) ให้ความเป็นส่วนตัวบางส่วนโดยยังให้แสงผ่านได้ นิยมใช้กับห้องน้ำสำนักงานหรือห้องประชุมที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น กระจกลามิเนต (Laminated Glass) เพิ่มความปลอดภัยและมักใช้ในระบบกันเสียง เนื่องจากฟิล์ม PVB ตรงกลางช่วยลดการส่งผ่านของคลื่นเสียงได้ดีกว่ากระจกเทมเปอร์เดี่ยว กระจกอัจฉริยะปรับความทึบได้ (Switchable/Smart Glass) เปลี่ยนจากใสเป็นฝ้าได้ด้วยไฟฟ้า เหมาะกับห้องประชุมหรือห้องพักผู้บริหารที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเฉพาะบางช่วงเวลา กระจกกั้นห้องมีข้อดีอย่างไรบ้าง การเลือกใช้กระจกกั้นห้องที่เหมาะสมตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งาน ความสวยงาม และประสิทธิภาพของพื้นที่ในระยะยาว เปิดรับแสงธรรมชาติเต็มพื้นที่ กระจกช่วยให้แสงจากหน้าต่างหรือช่องแสงกระจายทั่วถึงทุกโซน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าแสงสว่างในเวลากลางวัน และทำให้พื้นที่ทำงานดูสว่างน่าทำงานมากขึ้น ยืดหยุ่นต่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ ระบบกระจกกั้นห้องแบบโครงอะลูมิเนียมสามารถถอดประกอบและติดตั้งใหม่ในตำแหน่งอื่นได้ง่ายกว่าผนังก่ออิฐ เหมาะกับองค์กรที่ต้องปรับผังสำนักงานบ่อยตามจำนวนพนักงานหรือโครงสร้างทีม เสริมภาพลักษณ์องค์กรที่ทันสมัย กระจกกั้นห้องแบบกรอบอะลูมิเนียมสีดำหรือแบบไร้กรอบให้ภาพลักษณ์สำนักงานที่ดูเป็นมืออาชีพและทันสมัย เป็นที่นิยมในธุรกิจสตาร์ทอัพและออฟฟิศดีไซน์ ควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ตามต้องการ ด้วยตัวเลือกผิวกระจกที่หลากหลาย ตั้งแต่ใสสนิทไปจนถึงฝ้าทึบ หรือกระจกอัจฉริยะที่ปรับได้ตามต้องการ ทำให้สามารถออกแบบระดับความเป็นส่วนตัวให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ใช้งานได้อย่างแม่นยำ เราอธิบายความหนาและโครงสร้างของกระจกกั้นห้องอย่างไร ความหนาของกระจกกั้นห้องขึ้นอยู่กับระบบโครงที่ใช้ ขนาดช่องเปิด และคุณสมบัติเสริมที่ต้องการ เช่น การกันเสียง กระจกเดี่ยว 8-10 มิลลิเมตร ในโครงอะลูมิเนียม (Framed System) เป็นมาตรฐานทั่วไปสำหรับผนังกระจกออฟฟิศ โดยโครงอะลูมิเนียมช่วยรับน้ำหนักและความแข็งแรงเป็นหลัก กระจกจึงไม่จำเป็นต้องหนามาก กระจกเดี่ยว 10-12 มิลลิเมตร แบบไร้กรอบ (Frameless) ใช้ในกรณีที่ต้องการความโปร่งสูงสุดโดยไม่มีเส้นกรอบบดบังสายตา กระจกต้องหนาขึ้นเพื่อรับน้ำหนักตัวเองและแรงกระแทกจากการใช้งานโดยไม่มีโครงช่วย ระบบกระจก 2 ชั้น (Double Glazed) ห่างกัน 50-100 มม. ใช้เมื่อต้องการคุณสมบัติกันเสียงสูง เช่น ห้องประชุมที่ต้องการความเป็นส่วนตัวด้านเสียงสนทนา ช่องว่างอากาศระหว่างกระจกสองแผ่นช่วยลดการส่งผ่านของคลื่นเสียงได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกระจกชั้นเดียว หลักการเลือกความหนาคือ พิจารณาจากระบบโครงเป็นหลัก หากมีโครงอะลูมิเนียมช่วยรับแรงสามารถใช้กระจกบางลงได้ แต่หากเป็นระบบไร้กรอบหรือต้องการคุณสมบัติกันเสียง ต้องเพิ่มความหนาหรือใช้ระบบกระจกสองชั้นตามการคำนวณของผู้ผลิตระบบแต่ละราย รูปแบบระบบกระจกกั้นห้อง ระบบกระจกกั้นห้องในปัจจุบันมีให้เลือกหลายรูปแบบตามงบประมาณและความต้องการด้านการใช้งาน ระบบโครงอะลูมิเนียมมาตรฐาน (Framed Partition) กระจกถูกยึดอยู่ในกรอบอะลูมิเนียมทั้งแนวตั้งและแนวนอน คล้ายหน้าต่างกระจก ราคาประหยัด ติดตั้งง่าย และมีความแข็งแรงสูงเพราะโครงช่วยรับแรง เหมาะกับงานออฟฟิศทั่วไป ระบบไร้กรอบ (Frameless Partition) ใช้อุปกรณ์ยึดแบบซ่อนหรือกรอบบางเฉียบเฉพาะขอบบนและล่าง ให้ภาพลักษณ์โปร่งสบายตาและทันสมัย นิยมใช้ในสำนักงานดีไซน์หรือโชว์รูมที่ต้องการความหรูหรา ระบบผนังกระจกแบบโมดูลาร์ (Demountable Partition) ออกแบบให้ถอดประกอบและเคลื่อนย้ายได้ทั้งระบบ เหมาะกับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงในการปรับผังพื้นที่บ่อยครั้งโดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างถาวร ประตูกระจกร่วมระบบ (Glass Door Integration) กระจกกั้นห้องมักออกแบบร่วมกับประตูกระจกบานเปลือยหรือบานเลื่อนในระบบเดียวกัน ควรพิจารณาตำแหน่งบานพับหรือรางเลื่อนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบผังเพื่อให้สอดคล้องกับการสัญจรในพื้นที่ ประเด็นทางเทคนิคที่ช่างและสถาปนิกต้องพิจารณา งานกระจกกั้นห้องแม้จะเป็นงานภายในที่ดูเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ส่งผลต่อการใช้งานจริงหลายด้าน ค่าการกันเสียง (STC – Sound Transmission Class) หากพื้นที่ต้องการความเป็นส่วนตัวด้านเสียง เช่น ห้องประชุมหรือห้องพักผู้บริหาร ควรระบุค่า STC ที่ต้องการและเลือกระบบกระจกให้สอดคล้อง กระจกชั้นเดียวทั่วไปให้ค่ากันเสียงจำกัด ในขณะที่ระบบกระจกสองชั้นหรือกระจกลามิเนตให้ค่าที่สูงกว่าอย่างชัดเจน มาตรฐานการทนไฟ (Fire Rating) ในบางพื้นที่ เช่น ทางหนีไฟหรือช่องบันไดหนีไฟ กฎหมายควบคุมอาคารอาจกำหนดให้ผนังกั้นต้องมีอัตราการทนไฟขั้นต่ำ ต้องเลือกใช้กระจกทนไฟ (Fire-Rated Glass) โดยเฉพาะ ซึ่งมีคุณสมบัติและราคาต่างจากกระจกทั่วไปอย่างมาก ระบบโครงและรอยต่อ (Framing & Joint Detail) ต้องกำหนดตำแหน่งเสาโครง แนวยาแนว และรอยต่อระหว่างแผงกระจกให้สอดคล้องกับผังพื้น (module) ของอาคาร เพื่อลดการตัดกระจกเศษและควบคุมต้นทุน ตำแหน่งงานระบบไฟฟ้าและสื่อสาร หากมีการเดินสายไฟหรือสวิตช์ควบคุมกระจกอัจฉริยะ (smart glass) ต้องประสานงานกับผู้รับเหมาระบบไฟฟ้าตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เนื่องจากไม่สามารถเจาะหรือแก้ไขกระจกภายหลังการติดตั้งได้ การรับน้ำหนักของพื้นและเพดาน ระบบกระจกไร้กรอบหรือระบบกระจกสองชั้นมีน้ำหนักมากกว่าผนังยิปซัมทั่วไป ควรตรวจสอบโครงสร้างพื้นและเพดานว่ารับน้ำหนักได้เพียงพอ โดยเฉพาะในอาคารที่ปรับปรุงจากผนังเดิม สัญลักษณ์เตือนแนวกระจก (Manifestation) เพื่อป้องกันการชนกระจกใสที่มองไม่เห็น ควรติดสติกเกอร์หรือลวดลายเตือนตามระดับสายตาตามที่มาตรฐานความปลอดภัยอาคารกำหนด โดยเฉพาะบริเวณทางเดินหรือประตูกระจก การดูแลรักษากระจกกั้นห้อง กระจกกั้นห้องเป็นงานภายในที่ไม่ต้องเผชิญความชื้นหรือสภาพอากาศรุนแรงเหมือนกระจกภายนอก การดูแลรักษาจึงเน้นเรื่องความสะอาดและความสวยงามเป็นหลัก ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาเช็ดกระจกและผ้าไมโครไฟเบอร์เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุขัดถูที่หยาบ และควรตรวจสอบอุปกรณ์ยึดบานพับหรือรางเลื่อนของประตูกระจกในระบบเป็นระยะเพื่อป้องกันเสียงดังหรือการหลวมคลอนจากการใช้งานสะสม สำหรับกระจกอัจฉริยะควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าและฟิล์มควบคุมความทึบตามคำแนะนำของผู้ผลิตเพื่อยืดอายุการใช้งาน   กระจกกั้นห้องเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม แสงธรรมชาติ และความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่ใช้สอย แต่การเลือกชนิดกระจก ระบบโครง และคุณสมบัติเสริมอย่างการกันเสียงหรือทนไฟ ต้องพิจารณาจากลักษณะการใช้งานจริงของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงามภายนอก สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการออฟฟิศทันสมัย ช่างที่ต้องติดตั้งระบบให้ใช้งานได้จริง หรือสถาปนิกที่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายควบคุมอาคารและความต้องการใช้งาน การทำความเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบจะช่วยให้ได้พื้นที่ที่ใช้งานได้จริงและคุ้มค่าในระยะยาว เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา SMG Glass นำเสนอบทความทางเทคนิค เครื่องมือ และความรู้ออนไลน์ มากมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของคุณ เกี่ยวกับกระจก และช่วยให้คุณเลือกการติดตั้งกระจกทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการคุณ  เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม! เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา ข้อมูลเชิงลึกของ SMG Glass & Metal กระจก Low-E โซลูชันกระจกประหยัดพลังงาน ที่ให้แสงสว่างธรรมชาติโดยไม่ต้องแลกกับความร้อน ความต้องการอาคารประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้น… Read More กระจกประตู โซลูชันประตูกระจกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การเปิดพื้นที่ และความปลอดภัย สำหรับบ้านพักอาศัย ร้านค้า และอาคารพาณิชย์ ความนิยมในการออกแบบพื้นที่แบบเปิดโล่ง… Read More กระจกโฟลต กระจกแผ่นเรียบใสพื้นฐาน จุดเริ่มต้นของกระจกทุกชนิดในงานสถาปัตยกรรม กระจกโฟลตคือวัตถุดิบตั้งต้น ก่อนจะถูกนำไปเทมเปอร์… Read More No posts found

กระจกกั้นห้อง Read More »

imgi 07 balcony glass wq4kp6n0td middle

กระจกกั้นระเบียง

โซลูชันเปิดมุมมองสูงสุด พร้อมความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน สำหรับอาคารพักอาศัยและอาคารสูง กระจกกั้นระเบียงมีข้อดีด้านทัศนียภาพที่ไร้ขีดจำกัดและความปลอดภัยที่เหนือกว่าราวกันตกแบบเดิม เมื่อเลือกชนิดและความหนาที่ถูกต้อง การออกแบบคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการเปิดมุมมองสู่ภายนอกมากขึ้น กระจกกั้นระเบียงจึงกลายเป็นทางเลือกหลักแทนราวเหล็กหรือผนังคอนกรีต เนื่องจากให้ทัศนียภาพที่โปร่งโล่งโดยไม่บดบังวิว แต่ในขณะเดียวกัน กระจกกั้นระเบียงเป็นองค์ประกอบด้านความปลอดภัยของอาคารที่ต้องรับทั้งแรงลม แรงกระแทก และน้ำหนักตัวคนโดยตรง การเลือกชนิดกระจก ความหนา และวิธียึดจึงต้องผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมอย่างรัดกุม ไม่ใช่เพียงเรื่องความสวยงาม กระจกกั้นระเบียงคืออะไร และทำไมต้องเป็นกระจกนิรภัย กระจกกั้นระเบียง คือแผงกระจกที่ติดตั้งแทนราวกันตกบริเวณระเบียง ดาดฟ้า หรือขอบอาคารที่มีความสูงจากพื้น ทำหน้าที่ป้องกันการตกจากที่สูงในขณะที่ยังคงเปิดมุมมองสู่ภายนอกได้เต็มที่ เนื่องจากติดตั้งในตำแหน่งที่ต้องรับแรงลมโดยตรง แรงกระแทกจากการพิงหรือชน และอยู่ภายนอกอาคารที่ต้องเผชิญสภาพอากาศตลอดเวลา กระจกที่ใช้กั้นระเบียงจึงต้องเป็นกระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) หรือกระจกลามิเนตนิรภัย (Laminated Safety Glass) เท่านั้น ไม่สามารถใช้กระจกโฟลตธรรมดาได้ ความแตกต่างสำคัญระหว่างสองชนิดนี้คือ กระจกเทมเปอร์เมื่อแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กทื่อมนกระจายออกทันที ในขณะที่กระจกลามิเนต (กระจกที่ประกบด้วยฟิล์ม PVB ตรงกลาง) เมื่อแตกเศษกระจกจะยังคงยึดติดกับฟิล์มไม่ร่วงหล่นลงมา ด้วยเหตุนี้ งานกระจกกั้นระเบียงในอาคารสูงหรือบริเวณที่มีคนสัญจรด้านล่าง วิศวกรและสถาปนิกส่วนใหญ่จึงนิยมกำหนดให้ใช้กระจกลามิเนตนิรภัยเพื่อป้องกันเศษกระจกร่วงหล่นเป็นอันตรายต่อคนด้านล่าง แม้จะมีต้นทุนสูงกว่ากระจกเทมเปอร์เพียงชั้นเดียวก็ตาม กระจกกั้นระเบียงมีข้อดีอย่างไรบ้าง การเลือกใช้กระจกกั้นระเบียงที่เหมาะสมสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งด้านความปลอดภัย ความสวยงาม และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ทัศนียภาพที่ไร้การบดบัง ต่างจากราวเหล็กหรือผนังก่ออิฐที่ตัดขาดมุมมอง กระจกใสช่วยให้มองเห็นวิวได้เต็มพื้นที่ตั้งแต่พื้นจรดราวจับ เพิ่มความรู้สึกกว้างขวางให้กับพื้นที่ระเบียงที่มักมีขนาดจำกัด ความปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม กระจกนิรภัยที่ผ่านการคำนวณโครงสร้างอย่างถูกต้องสามารถรับแรงกระแทกและแรงลมได้ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด โดยเฉพาะกระจกลามิเนตที่แม้แตกก็ไม่ร่วงหล่น ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงทั้งต่อผู้ใช้งานและคนสัญจรด้านล่าง ทนทานต่อสภาพอากาศและบำรุงรักษาน้อย กระจกไม่เป็นสนิมเหมือนราวเหล็ก ไม่ผุกร่อนเหมือนไม้ และทนต่อรังสียูวีและความชื้นได้ดี ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการทาสีหรือซ่อมบำรุงระยะยาวเมื่อเทียบกับวัสดุโลหะ   เพิ่มมูลค่าและภาพลักษณ์ของอาคาร งานกระจกแบบไร้กรอบ (frameless) หรือกรอบสแตนเลสบางเฉียบให้ภาพลักษณ์ทันสมัยหรูหรา เป็นจุดขายสำคัญของโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมในปัจจุบัน อธิบายความหนาของกระจกกั้นระเบียงอย่างไร ความหนาของกระจกกั้นระเบียงขึ้นอยู่กับความสูงของแผงกระจก ระยะห่างระหว่างจุดยึด และประเภทแรงที่ต้องรับ ซึ่งแตกต่างจากกระจกภายในอาคารอย่างมาก เนื่องจากต้องรับทั้งแรงลมและมาตรฐานราวกันตกตามกฎหมาย กระจกเทมเปอร์เดี่ยว 10-12 มิลลิเมตร ใช้ในกรณีที่มีกรอบหรือโครงสร้างรองรับโดยรอบ (framed) ช่วยกระจายแรงลมและแรงกระแทก เหมาะกับอาคารเตี้ยหรือบ้านพักอาศัยทั่วไป กระจกลามิเนตนิรภัย 2 ชั้น (เช่น 8+8, 10+10 มม. พร้อมฟิล์ม PVB) เป็นมาตรฐานที่นิยมใช้สำหรับกระจกกั้นระเบียงแบบไร้กรอบ (frameless) หรือยึดด้วยจุดยึดแบบ point-fixing เนื่องจากให้ความปลอดภัยสูงสุดหากกระจกแตก ความหนารวมที่มากขึ้น (เช่น 12+12 มม.) จำเป็นสำหรับแผงกระจกที่มีความสูงมาก ระยะห่างจุดยึดกว้าง หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีแรงลมสูง เช่น อาคารสูงริมทะเลหรือชั้นบนของอาคารสูง หลักการสำคัญคือ ยิ่งแผงกระจกไม่มีกรอบรองรับ ระยะห่างจุดยึดมาก และตำแหน่งติดตั้งเผชิญแรงลมสูง ก็ยิ่งต้องใช้กระจกที่หนาขึ้นและควรเป็นแบบลามิเนตเสมอ ทั้งนี้ความหนาที่แท้จริงต้องผ่านการคำนวณจากวิศวกรโครงสร้างตามค่าแรงลมของพื้นที่และความสูงอาคารตามกฎหมายควบคุมอาคารแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่การเลือกตามความเคยชิน รูปแบบการติดตั้งกระจกกั้นระเบียง รูปแบบการติดตั้งกระจกกั้นระเบียงมีความหลากหลายตามลักษณะโครงสร้างอาคารและงบประมาณ แบบมีกรอบอะลูมิเนียม (Framed) กระจกถูกยึดอยู่ในกรอบอะลูมิเนียมโดยรอบทั้งด้านบนและด้านล่าง ช่วยกระจายแรงและลดความหนาของกระจกที่ต้องใช้ เหมาะกับงบประมาณจำกัดและงานที่ไม่เน้นความโปร่งสูงสุด แบบยึดด้วยรางล่าง (U-Channel / Base Shoe) กระจกถูกยึดแน่นด้วยรางอะลูมิเนียมหรือสแตนเลสที่พื้นเพียงจุดเดียว โดยไม่มีเสาหรือกรอบด้านบน ให้ทัศนียภาพที่โปร่งกว่าแบบมีกรอบ แต่ต้องใช้กระจกลามิเนตหนาพอสมควรเนื่องจากรับแรงทั้งหมดจากจุดยึดเดียว แบบยึดด้วยจุดยึด (Point-Fixing / Spider Fitting) ใช้อุปกรณ์ยึดแบบจุด (spider clamp) เจาะยึดกระจกเป็นจุด ๆ แทนการยึดตลอดแนว ให้ความรู้สึกเบาลอยและทันสมัยที่สุด แต่ต้องออกแบบตำแหน่งรูเจาะและคำนวณแรงกระจายที่จุดยึดอย่างละเอียดโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ แบบมีราวจับด้านบน (Top Rail) เพิ่มราวจับสแตนเลสหรืออะลูมิเนียมด้านบนแผงกระจก ช่วยเสริมความแข็งแรงและเป็นจุดจับที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน มักกำหนดเป็นข้อบังคับในอาคารสาธารณะหรือคอนโดมิเนียมบางประเภท ประเด็นทางเทคนิคที่ช่างและสถาปนิกต้องพิจารณา งานกระจกกั้นระเบียงจัดเป็นองค์ประกอบด้านความปลอดภัยของอาคาร (safety-critical component) จึงมีรายละเอียดทางเทคนิคที่ต้องพิจารณาอย่างเข้มงวดกว่างานกระจกภายในทั่วไป การคำนวณแรงลม (Wind Load) ต้องอ้างอิงค่าแรงลมตามมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านลมของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งแตกต่างกันตามความสูงอาคารและทำเลที่ตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่ชายทะเลหรืออาคารสูงที่ต้องเผชิญแรงลมมากกว่าปกติ มาตรฐานความสูงราวกันตก กฎกระทรวงควบคุมอาคารกำหนดความสูงขั้นต่ำของราวกันตกตามประเภทอาคารและตำแหน่งที่ติดตั้ง ต้องตรวจสอบให้สอดคล้องก่อนออกแบบและติดตั้งจริง ประเภทกระจกที่ควรใช้ สำหรับอาคารสูงหรือพื้นที่ที่มีคนสัญจรด้านล่าง ควรกำหนดให้ใช้กระจกลามิเนตนิรภัยเสมอ ไม่ควรใช้กระจกเทมเปอร์เดี่ยวเนื่องจากหากแตกเศษกระจกอาจร่วงหล่นเป็นอันตราย อุปกรณ์ยึดและวัสดุ ต้องใช้สแตนเลสเกรด 316 ขึ้นไปสำหรับพื้นที่ภายนอกอาคาร เนื่องจากต้องทนต่อความชื้น ฝน และไอเกลือ (สำหรับพื้นที่ใกล้ทะเล) โดยไม่เกิดสนิมกัดกร่อนซึ่งจะลดพิกัดการรับแรงของอุปกรณ์ยึดในระยะยาว ระยะห่างจุดยึดและตำแหน่งรูเจาะ สำหรับระบบ point-fixing ตำแหน่งรูเจาะต้องกำหนดตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เนื่องจากกระจกเทมเปอร์และลามิเนตต้องเจาะรูก่อนกระบวนการอบร้อน ไม่สามารถแก้ไขหน้างานภายหลังได้ การตรวจรับและใบรับรอง ควรขอผลทดสอบและใบรับรองมาตรฐานกระจกนิรภัยจากผู้ผลิตทุกครั้ง พร้อมตรวจสอบว่าผ่านการคำนวณโครงสร้างจากวิศวกรที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพก่อนติดตั้งจริง โดยเฉพาะอาคารสูงที่ต้องยื่นแบบขออนุญาตก่อสร้าง การดูแลรักษากระจกกั้นระเบียง เนื่องจากติดตั้งภายนอกอาคาร กระจกกั้นระเบียงต้องเผชิญฝุ่น ฝน และคราบน้ำมากกว่ากระจกภายใน ควรทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดและผ้านุ่มเป็นประจำเพื่อล้างคราบฝุ่นและคราบน้ำฝนที่สะสม หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีฤทธิ์กัดกร่อนที่อาจทำลายผิวเคลือบกระจกหรือกัดกร่อนอุปกรณ์ยึดสแตนเลส และควรตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ยึด น็อต และซิลิโคนกันน้ำเป็นระยะ อย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง หากพบสนิม รอยแตกร้าว หรือการคลายตัวของจุดยึด ควรแจ้งช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบและซ่อมแซมทันที เนื่องจากเป็นองค์ประกอบด้านความปลอดภัยที่ไม่ควรปล่อยผ่าน   กระจกกั้นระเบียงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผสานความสวยงามด้านทัศนียภาพเข้ากับหน้าที่ด้านความปลอดภัยของอาคารอย่างแยกกันไม่ได้ การเลือกชนิดกระจก ความหนา และรูปแบบการยึดต้องผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมที่รัดกุม ไม่ใช่เพียงเรื่องความชอบด้านสไตล์ สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการวิวสวยและปลอดภัย ช่างที่ต้องติดตั้งให้ได้มาตรฐาน หรือสถาปนิกที่ต้องออกแบบให้ผ่านการอนุมัติแบบก่อสร้าง การทำความเข้าใจรายละเอียดทางเทคนิคเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบจะช่วยป้องกันความเสี่ยงและปัญหาที่แก้ไขยากในภายหลังได้อย่างมาก เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา SMG Glass นำเสนอบทความทางเทคนิค เครื่องมือ และความรู้ออนไลน์ มากมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของคุณ เกี่ยวกับกระจก และช่วยให้คุณเลือกการติดตั้งกระจกทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการคุณ  เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม! เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา ข้อมูลเชิงลึกของ SMG Glass & Metal กระจก Low-E โซลูชันกระจกประหยัดพลังงาน ที่ให้แสงสว่างธรรมชาติโดยไม่ต้องแลกกับความร้อน ความต้องการอาคารประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้น… Read More กระจกประตู โซลูชันประตูกระจกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การเปิดพื้นที่ และความปลอดภัย สำหรับบ้านพักอาศัย ร้านค้า และอาคารพาณิชย์ ความนิยมในการออกแบบพื้นที่แบบเปิดโล่ง… Read More กระจกโฟลต กระจกแผ่นเรียบใสพื้นฐาน จุดเริ่มต้นของกระจกทุกชนิดในงานสถาปัตยกรรม กระจกโฟลตคือวัตถุดิบตั้งต้น ก่อนจะถูกนำไปเทมเปอร์… Read More No posts found

กระจกกั้นระเบียง Read More »

imgi 05 bathroom glass stptlty0gd middle

กระจกฉากกั้นอาบน้ำ

โซลูชันที่ปลอดภัย สวยงาม และคุ้มค่า สำหรับห้องน้ำยุคใหม่ กระจกฉากกั้นอาบน้ำมีข้อดีด้านความปลอดภัย ความสวยงาม และการใช้งานที่ยืดหยุ่นสูงกว่าวัสดุกั้นห้องน้ำแบบเดิม   ความต้องการห้องน้ำที่ดูโปร่ง โล่ง และทันสมัยกำลังผลักดันให้เจ้าของบ้าน ผู้รับเหมา และสถาปนิกเลือกใช้กระจกฉากกั้นอาบน้ำแทนม่านอาบน้ำหรือผนังก่ออิฐ ขณะเดียวกันมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นก็ทำให้การเลือกชนิด ความหนา และวิธีติดตั้งกระจกกลายเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในแง่โครงสร้าง ความชื้น และการใช้งานระยะยาว กระจกฉากกั้นอาบน้ำคืออะไร และทำไมจึงต้องใช้กระจกนิรภัย กระจกฉากกั้นอาบน้ำ คือแผงกระจกที่ติดตั้งเพื่อแบ่งพื้นที่เปียก (shower area) ออกจากส่วนแห้งของห้องน้ำ โดยทำหน้าที่กันน้ำกระเซ็นและช่วยให้พื้นที่ห้องน้ำดูเป็นสัดส่วนโดยไม่บดบังสายตา ด้วยลักษณะการใช้งานที่ต้องเผชิญทั้งความชื้น การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และแรงกระแทกจากการใช้งานประจำวัน กระจกที่นำมาใช้จึงแทบทั้งหมดต้องเป็นกระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) หรือกระจกนิรภัย ไม่ใช่กระจกโฟลตธรรมดา   กระจกโฟลตทั่วไปเมื่อแตกจะแตกเป็นเสี่ยงคมและอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บรุนแรง ในขณะที่กระจกเทมเปอร์ผ่านกระบวนการให้ความร้อนแล้วทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว (heat treatment) ทำให้เมื่อแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กคล้ายเม็ดข้าวโพดที่ไม่มีคมบาด นี่คือเหตุผลที่หน่วยงานควบคุมอาคารและมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) กำหนดให้พื้นที่เปียกและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกต้องใช้กระจกนิรภัยเท่านั้น กระจกที่ใช้กับบานเลื่อนมีชนิดใดบ้าง กระจกใสธรรมดาเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพพลังงานในปัจจุบัน SMG จึงแนะนำให้พิจารณากระจกร่วมกับระบบบานเลื่อนดังนี้ กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) ผ่านกระบวนการอบด้วยความร้อนสูงแล้วเป่าเย็นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา 4-5 เท่า และเมื่อแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กไม่คมบาด ตาม มอก. 871 ถือเป็นกระจกนิรภัยที่จำเป็นสำหรับบานเลื่อนที่ติดตั้งในตำแหน่งเสี่ยงต่อการกระแทก เช่น ประตูทางเข้า-ออก หรือบานที่ความสูงจากพื้นเกินเกณฑ์ที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด กระจกลามิเนต (Laminated Glass) กระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปประกบด้วยแผ่นฟิล์ม PVB ตรงกลาง เมื่อแตกเศษกระจกจะเกาะติดฟิล์มไม่ร่วงหล่น เหมาะสำหรับบานเลื่อนชั้นบนของอาคารสูง หรือพื้นที่ที่ต้องการเพิ่มการป้องกันการงัดแงะ (Security) และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก กระจก IGU (Insulating Glass Unit) กระจก 2 ชั้นประกบห่างกันด้วยเว้นอากาศหรือแก๊สเฉื่อย ช่วยเพิ่มค่าความเป็นฉนวนความร้อน (U-Value ต่ำลง) และลดเสียง เหมาะกับบานเลื่อนโครงการคอนโดมิเนียมหรืออาคารสำนักงานที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิภายในและประหยัดพลังงานเครื่องปรับอากาศ กระจก Low-E (Low Emissivity) เคลือบผิวกระจกด้วยชั้นโลหะออกไซด์บางพิเศษ ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนอินฟราเรดกลับออกไป ในขณะที่ยังคงให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ (VLT สูง) เหมาะกับบานเลื่อนด้านที่รับแดดจัด เช่น ทิศตะวันตกและทิศใต้ของอาคารในประเทศไทย กระจกอะคูสติก (Acoustic Glass) ใช้ฟิล์มคั่นกลางแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับคลื่นเสียงโดยเฉพาะ เหมาะกับบานเลื่อนของห้องนอนหรืออาคารที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่ สนามบิน หรือพื้นที่เสียงดัง กระจกฉากกั้นอาบน้ำมีข้อดีอย่างไรบ้าง การเลือกใช้กระจกฉากกั้นอาบน้ำที่เหมาะสมสามารถตอบโจทย์ได้หลายด้านพร้อมกัน ทั้งด้านความปลอดภัย ความสวยงาม และการใช้งานจริงในระยะยาว ความปลอดภัยและความเสี่ยงที่ลดลงในการได้รับบาดเจ็บ กระจกเทมเปอร์มีความทนทานต่อแรงกระแทกสูงกว่ากระจกธรรมดาประมาณ 4-5 เท่า และเมื่อแตกจะแตกเป็นชิ้นเล็กทื่อมนแทนที่จะเป็นเศษคม ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงในพื้นที่ที่มีความชื้นและลื่นอยู่แล้ว ทัศนียภาพโปร่งโล่งและความสวยงาม กระจกใสช่วยให้ห้องน้ำขนาดเล็กดูกว้างขึ้น แสงธรรมชาติส่องผ่านได้เต็มที่ ไม่ทำให้พื้นที่ดูอึดอัดเหมือนผนังทึบ นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกผิวกระจกหลากหลาย เช่น กระจกใส กระจกฝ้า (frosted) กระจกลาย หรือกระจกเคลือบสี ให้เลือกตามสไตล์การตกแต่ง ทำความสะอาดง่ายและดูแลรักษาสะดวก พื้นผิวเรียบของกระจกไม่มีร่องเก็บคราบสบู่หรือเชื้อราเหมือนม่านอาบน้ำผ้า และกระจกที่มีการเคลือบผิวป้องกันคราบน้ำ (nano coating) จะช่วยลดการเกาะของหินปูนและคราบน้ำ ทำให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายและรักษาความใสของกระจกได้นานขึ้น   ประหยัดพื้นที่และยืดหยุ่นในการออกแบบ ฉากกั้นกระจกใช้พื้นที่น้อยกว่าผนังก่ออิฐหรือประตูบานเปิดแบบเดิม สามารถออกแบบให้เข้ากับพื้นที่ไม่สม่ำเสมอ มุมเอียง หรือพื้นที่จำกัดได้ ทั้งแบบมีขอบอะลูมิเนียม (framed) และแบบไร้ขอบ (frameless) ที่ให้ความรู้สึกหรูหราทันสมัย เราอธิบายความหนาของกระจกฉากกั้นอาบน้ำอย่างไร ความหนาของกระจกฉากกั้นอาบน้ำที่นิยมใช้ในงานจริงมีตั้งแต่ 6, 8, 10 ไปจนถึง 12 มิลลิเมตร โดยเลือกตามขนาดแผงกระจก รูปแบบการติดตั้ง และลักษณะโครงสร้างรองรับ 6 มิลลิเมตร เหมาะสำหรับแผงกระจกขนาดเล็กที่มีกรอบอะลูมิเนียมรองรับโดยรอบ (framed) ซึ่งกรอบช่วยรับแรงและลดการสั่นไหวของแผ่นกระจก 8 มิลลิเมตร เป็นความหนามาตรฐานที่นิยมที่สุดสำหรับฉากกั้นอาบน้ำแบบไร้ขอบ (frameless) ในบ้านพักอาศัยทั่วไป ให้ความรู้สึกแข็งแรงพอเหมาะกับต้นทุน 10-12 มิลลิเมตร ใช้ในกรณีแผงกระจกขนาดใหญ่ ความสูงมาก หรือเป็นบานประตูที่ต้องรับแรงจากบานพับ (hinge) โดยตรงโดยไม่มีกรอบช่วยรับแรง ยิ่งแผงกระจกไม่มีกรอบและมีขนาดใหญ่มากเท่าไร ก็ยิ่งต้องใช้กระจกที่หนาขึ้นเพื่อรับแรงบิดและแรงกระแทกจากการเปิด-ปิดใช้งานประจำวัน โดยทั่วไปผู้ผลิตจะระบุความหนาควบคู่กับชนิดของกระจก เช่น “กระจกเทมเปอร์ใส 10 มม.” ซึ่งช่างและสถาปนิกควรตรวจสอบทั้งความหนาและใบรับรองมาตรฐาน (เช่น มอก. 1222 สำหรับกระจกนิรภัยเทมเปอร์) ก่อนสั่งผลิตทุกครั้ง   รูปแบบการติดตั้งกระจกฉากกั้นอาบน้ำ การเลือกรูปแบบการติดตั้งขึ้นอยู่กับพื้นที่ใช้สอย งบประมาณ และพฤติกรรมการใช้งานของเจ้าของบ้าน แบบบานเฟี้ยม/บานตายติดผนัง (Fixed Panel)เหมาะกับพื้นที่อาบน้ำแบบเปิดโล่งที่ไม่ต้องการประตู ติดตั้งง่าย ราคาประหยัด แต่ต้องเว้นช่องทางเข้าที่เพียงพอ แบบบานเลื่อน (Sliding Door)เหมาะกับพื้นที่ห้องน้ำขนาดจำกัดที่ไม่มีที่ว่างให้ประตูสวิง ต้องใช้รางเลื่อนคุณภาพดีเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมตามแนวราง และควรทำความสะอาดรางอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันคราบสะสม แบบบานพับ/บานสวิง (Pivot/Hinge Door)ให้ความรู้สึกหรูหราและเปิด-ปิดสะดวก แต่ต้องเผื่อพื้นที่การเปิดบานประตู และควรใช้บานพับสแตนเลสคุณภาพสูงที่รับน้ำหนักกระจกได้ตามสเปกที่ผู้ผลิตกำหนด แบบมีกรอบ (Framed) เทียบกับแบบไร้ขอบ (Frameless)แบบมีกรอบอะลูมิเนียมช่วยกระจายแรงและลดความหนาของกระจกที่ต้องใช้ ราคาประหยัดกว่า ในขณะที่แบบไร้ขอบให้ภาพลักษณ์ที่โปร่งสบายตาและดูพรีเมียมกว่า แต่ต้องใช้กระจกหนาขึ้นและอุปกรณ์ยึด (clamp, hinge) คุณภาพสูงเพื่อชดเชยการไม่มีกรอบรองรับ ประเด็นทางเทคนิคที่ช่างและสถาปนิกต้องพิจารณา สำหรับผู้ที่ทำงานหน้างานหรือออกแบบระบบ มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ส่งผลต่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานของฉากกั้นอาบน้ำโดยตรง   มาตรฐานกระจก ควรระบุในแบบและใบสั่งซื้อว่าต้องเป็นกระจกเทมเปอร์ตามมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากลที่เทียบเท่า พร้อมขอใบรับรองจากผู้ผลิตทุกล็อตการผลิต การคำนวณความหนาตามขนาดแผง แผงกระจกที่มีความกว้างหรือความสูงมากขึ้นต้องเพิ่มความหนาตามสัดส่วน โดยเฉพาะแผงแบบไร้ขอบที่ไม่มีโครงอะลูมิเนียมช่วยรับแรง ควรอ้างอิงตารางสเปกจากผู้ผลิตกระจกแต่ละราย อุปกรณ์ยึดและบานพับ ต้องเลือกวัสดุสแตนเลส 304 ขึ้นไปเพื่อทนต่อความชื้นและไอน้ำสะสม พร้อมตรวจสอบพิกัดรับน้ำหนักของอุปกรณ์ให้เหมาะกับน้ำหนักกระจกจริง ระยะห่างขอบกระจกและซิลิโคน การเว้นระยะขอบกระจกกับผนังหรือพื้นต้องเผื่อระยะสำหรับยาซิลิโคนกันน้ำ (waterproof sealant) และควรใช้ซิลิโคนเกรดสุขภัณฑ์ที่ทนเชื้อราเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมสู่โครงสร้าง การเจาะรูสำหรับอุปกรณ์ยึด การเจาะรูบนกระจกเทมเปอร์ต้องทำก่อนกระบวนการอบร้อน (ไม่สามารถเจาะภายหลังได้) จึงต้องวัดขนาดและตำแหน่งอุปกรณ์ให้แม่นยำตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบและสั่งผลิต ระบบระบายน้ำที่พื้น ควรออกแบบให้ตำแหน่งของฉากกั้นสอดคล้องกับความลาดเอียงของพื้นและตำแหน่งท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณขอบกระจก การดูแลรักษากระจกฉากกั้นอาบน้ำ แม้กระจกเทมเปอร์จะแข็งแรงทนทาน แต่การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาความใสของกระจกได้ยาวนานขึ้น ควรเช็ดคราบน้ำและสบู่หลังการใช้งานทุกครั้งด้วยผ้านุ่มหรือใช้ที่รีดน้ำ (squeegee) หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงหรือฝอยขัดที่อาจทำให้ผิวกระจกเป็นรอย และควรตรวจสอบซิลิโคนขอบกระจกเป็นระยะ หากพบรอยแตกหรือคราบดำจากเชื้อราควรเปลี่ยนซิลิโคนใหม่ทันทีเพื่อป้องกันความชื้นซึมเข้าสู่โครงสร้างผนัง   กระจกฉากกั้นอาบน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของห้องน้ำยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งความปลอดภัย ความสวยงาม และฟังก์ชันการใช้งาน การเลือกชนิดกระจก ความหนา รูปแบบการติดตั้ง และอุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสมกับพื้นที่และงบประมาณ จะช่วยให้ได้ฉากกั้นอาบน้ำที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าในระยะยาว สำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการความสวยงาม ช่างที่ต้องติดตั้งให้ได้มาตรฐาน หรือสถาปนิกที่ต้องออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและความปลอดภัย การทำความเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจะช่วยลดปัญหาหน้างานและข้อผิดพลาดที่แก้ไขยากภายหลังได้อย่างมาก เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา SMG Glass นำเสนอบทความทางเทคนิค เครื่องมือ และความรู้ออนไลน์ มากมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของคุณ เกี่ยวกับกระจก และช่วยให้คุณเลือกการติดตั้งกระจกทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการคุณ  เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม! เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา ข้อมูลเชิงลึกของ SMG Glass & Metal กระจก Low-E โซลูชันกระจกประหยัดพลังงาน ที่ให้แสงสว่างธรรมชาติโดยไม่ต้องแลกกับความร้อน ความต้องการอาคารประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้น… Read More กระจกประตู โซลูชันประตูกระจกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การเปิดพื้นที่ และความปลอดภัย สำหรับบ้านพักอาศัย ร้านค้า และอาคารพาณิชย์ ความนิยมในการออกแบบพื้นที่แบบเปิดโล่ง… Read More กระจกโฟลต กระจกแผ่นเรียบใสพื้นฐาน จุดเริ่มต้นของกระจกทุกชนิดในงานสถาปัตยกรรม กระจกโฟลตคือวัตถุดิบตั้งต้น ก่อนจะถูกนำไปเทมเปอร์… Read More No posts found

กระจกฉากกั้นอาบน้ำ Read More »

imgi 03 slide glass vx0g0h6u8h middle

กระจกบานเลื่อนอลูมิเนียม

โซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัย สำหรับบ้านและอาคารยุคใหม่ ความต้องการพื้นที่โปร่งโล่งและรับแสงธรรมชาติที่มากขึ้นในบ้านและอาคารพาณิชย์ ผลักดันให้ ประตู-หน้าต่างบานเลื่อนอลูมิเนียม กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ในงานก่อสร้างและรีโนเวทของไทย ขณะเดียวกัน มาตรการด้านพลังงาน เช่น Thai BEC (Building Energy Code) และความกังวลเรื่องความปลอดภัยจากกระจกแตกร้าว ก็ทำให้การเลือก ชนิดกระจก ที่ใช้ประกอบกับบานเลื่อนมีความสำคัญไม่แพ้ตัวโครงอลูมิเนียมเอง บทความนี้ SMG Glass & Metals รวบรวมความรู้เชิงลึกไว้ให้ครบ ทั้งสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ช่างติดตั้ง และสถาปนิกผู้ออกแบบ บานเลื่อนอลูมิเนียมคืออะไร มีกี่ประเภท ประตู-หน้าต่างบานเลื่อน (Sliding Door/Window) คือระบบวงกบอลูมิเนียมที่ให้บานเปิด-ปิดด้วยการเลื่อนในแนวราบบนราง (Track) แทนการผลักหรือบานพับ จุดเด่นคือประหยัดพื้นที่เปิด-ปิด ไม่กินพื้นที่ใช้สอยเหมือนบานเปิด และสามารถทำเป็นบานกระจกขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรัศมีการหมุนของบาน ระบบที่พบได้บ่อยในตลาดไทยแบ่งตามโครงสร้างหลักๆ ได้แก่ ระบบ 2 ราง (2-Track): ราคาประหยัด เหมาะกับหน้าต่างและประตูขนาดกลาง-เล็ก ระบบ 3 ราง (3-Track): เพิ่มความยืดหยุ่นในการเปิดพื้นที่ได้กว้างขึ้น นิยมใช้กับประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ ระบบ Slide & Fold / Slide & Stack: บานเลื่อนพับหรือเลื่อนซ้อนที่เปิดพื้นที่ได้เกือบ 100% นิยมใช้ในงานบ้านพักตากอากาศและร้านอาหาร ระบบ Thermal Break Aluminium: โครงอลูมิเนียมที่มีแผ่นกั้นความร้อน (Polyamide Bar) คั่นระหว่างผิวในและผิวนอก ช่วยลดการนำความร้อนผ่านโครงโลหะ นิยมใช้ในโครงการที่ต้องการผ่านมาตรฐาน Thai BEC หรือ EGAT No.4 ข้อควรรู้ สำหรับช่างติดตั้ง ควรตรวจสอบความลึกของร่องราง (Track Groove Depth) ความหนาผนังวงกบ (Wall Thickness) และระยะยึด Sash เทียบกับน้ำหนักกระจกที่จะใช้ เพื่อป้องกันปัญหาบานหย่อนหรือรางสึกก่อนเวลาอันควร โดยทั่วไปบานที่ใช้กระจก Laminated หรือ IGU ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่ากระจกเดี่ยว ต้องใช้ล้อเลื่อน (Roller) ที่รับน้ำหนักได้สูงกว่ามาตรฐานทั่วไป กระจกที่ใช้กับบานเลื่อนมีชนิดใดบ้าง กระจกใสธรรมดาเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอต่อความต้องการด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพพลังงานในปัจจุบัน SMG จึงแนะนำให้พิจารณากระจกร่วมกับระบบบานเลื่อนดังนี้ กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass) ผ่านกระบวนการอบด้วยความร้อนสูงแล้วเป่าเย็นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีความแข็งแรงมากกว่ากระจกธรรมดา 4-5 เท่า และเมื่อแตกจะแตกเป็นเม็ดเล็กไม่คมบาด ตาม มอก. 871 ถือเป็นกระจกนิรภัยที่จำเป็นสำหรับบานเลื่อนที่ติดตั้งในตำแหน่งเสี่ยงต่อการกระแทก เช่น ประตูทางเข้า-ออก หรือบานที่ความสูงจากพื้นเกินเกณฑ์ที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด กระจกลามิเนต (Laminated Glass) กระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไปประกบด้วยแผ่นฟิล์ม PVB ตรงกลาง เมื่อแตกเศษกระจกจะเกาะติดฟิล์มไม่ร่วงหล่น เหมาะสำหรับบานเลื่อนชั้นบนของอาคารสูง หรือพื้นที่ที่ต้องการเพิ่มการป้องกันการงัดแงะ (Security) และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก กระจก IGU (Insulating Glass Unit) กระจก 2 ชั้นประกบห่างกันด้วยเว้นอากาศหรือแก๊สเฉื่อย ช่วยเพิ่มค่าความเป็นฉนวนความร้อน (U-Value ต่ำลง) และลดเสียง เหมาะกับบานเลื่อนโครงการคอนโดมิเนียมหรืออาคารสำนักงานที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิภายในและประหยัดพลังงานเครื่องปรับอากาศ กระจก Low-E (Low Emissivity) เคลือบผิวกระจกด้วยชั้นโลหะออกไซด์บางพิเศษ ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนอินฟราเรดกลับออกไป ในขณะที่ยังคงให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ (VLT สูง) เหมาะกับบานเลื่อนด้านที่รับแดดจัด เช่น ทิศตะวันตกและทิศใต้ของอาคารในประเทศไทย กระจกอะคูสติก (Acoustic Glass) ใช้ฟิล์มคั่นกลางแบบพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดูดซับคลื่นเสียงโดยเฉพาะ เหมาะกับบานเลื่อนของห้องนอนหรืออาคารที่อยู่ใกล้ถนนใหญ่ สนามบิน หรือพื้นที่เสียงดัง ข้อดีของการเลือกกระจกบานเลื่อนคุณภาพสูง ความปลอดภัยที่มากกว่า บานเลื่อนที่ใช้กระจกเทมเปอร์หรือลามิเนตช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บจากกระจกแตก ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ และเป็นข้อกำหนดบังคับในหลายกรณีตามกฎหมายควบคุมอาคารของไทย ประหยัดพลังงานระยะยาว การเลือกกระจก Low-E หรือ IGU ที่มีค่า SHGC (Solar Heat Gain Coefficient) ต่ำ ช่วยลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวบ้าน ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลงและประหยัดค่าไฟในระยะยาว โดยเฉพาะกับบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่รับแดดมาก ลดเสียงรบกวนจากภายนอก ค่าดัชนีลดเสียง Rw (Sound Transmission Loss) ของกระจกลามิเนตหรือกระจกอะคูสติกที่สูงขึ้น ช่วยให้พื้นที่ภายในเงียบสงบมากขึ้น เหมาะกับที่พักอาศัยติดถนนใหญ่หรือย่านชุมชน เพิ่มความสวยงามและมูลค่าอาคาร บานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ช่วยเชื่อมพื้นที่ภายในกับภายนอกให้ดูต่อเนื่อง เพิ่มความรู้สึกโปร่งโล่ง ขณะที่ตัวเลือกกระจกสีตัดแสงหรือกระจกฝ้า (Frosted) ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยไม่บดบังแสงธรรมชาติทั้งหมด เลือกกระจกบานเลื่อนอย่างไรให้เหมาะกับหน้างาน สำหรับเจ้าของบ้านทั่วไป หากต้องการบานเลื่อนสำหรับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนทั่วไป กระจกเทมเปอร์ใสความหนา 6-8 มม. ก็เพียงพอต่อความปลอดภัยพื้นฐาน แต่หากบ้านตั้งอยู่ในทิศที่แดดแรงหรือใกล้ถนน ควรพิจารณาอัปเกรดเป็นกระจก Low-E หรือกระจกอะคูสติกเพิ่มเติม สำหรับช่างติดตั้งและผู้รับเหมา ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงอลูมิเนียมและอุปกรณ์ยึด (Hardware) รองรับน้ำหนักกระจกที่เลือกใช้ โดยเฉพาะกระจก Laminated และ IGU ที่มีน้ำหนักต่อตารางเมตรสูงกว่ากระจกเดี่ยวมาก การเลือกล้อเลื่อนและรางที่ไม่เหมาะสมกับน้ำหนักกระจกเป็นสาเหตุหลักของปัญหาบานเลื่อนฝืดหรือหลุดร่องรางในอนาคต สำหรับสถาปนิกและนักออกแบบ งานอาคารพาณิชย์หรือคอนโดมิเนียมที่ต้องผ่านเกณฑ์ Thai BEC ควรระบุค่า SHGC และ U-Value ของกระจกบานเลื่อนในสเปกให้ชัดเจน และพิจารณาการใช้กระจก Low-E ร่วมกับ IGU เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพพลังงานและความสวยงามตามคอนเซ็ปต์การออกแบบ กลุ่มผลิตภัณฑ์กระจกบานเลื่อนของ SMG SMG Glass & Metals มีกระจกหลากหลายชนิดที่พร้อมนำไปประกอบกับระบบบานเลื่อนอลูมิเนียมทุกรูปแบบ กระจกเทมเปอร์ SMG — กระจกนิรภัยพื้นฐานที่ได้มาตรฐาน มอก. 871 เหมาะกับบานเลื่อนทุกประเภท กระจกลามิเนต SMG — เพิ่มความปลอดภัยและลดเสียงรบกวน เหมาะกับอาคารสูงและพื้นที่ใกล้ถนนใหญ่ กระจก IGU SMG — กระจกฉนวน 2 ชั้น เพิ่มประสิทธิภาพประหยัดพลังงาน เหมาะกับโครงการที่ต้องผ่านเกณฑ์ Thai BEC กระจก Low-E SMG — ควบคุมความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยไม่ลดทอนความสว่างของแสงธรรมชาติ กระจก Copper-Free SMG — กระจกเงาและกระจกตกแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับงานตกแต่งบานเลื่อนพิเศษ เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา SMG Glass นำเสนอบทความทางเทคนิค เครื่องมือ และความรู้ออนไลน์ มากมายเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของคุณ เกี่ยวกับกระจก และช่วยให้คุณเลือกการติดตั้งกระจกทางสถาปัตยกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโครงการคุณ  เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม! เข้าถึงแหล่งข้อมูลของเรา ข้อมูลเชิงลึกของ SMG Glass & Metal กระจก Low-E โซลูชันกระจกประหยัดพลังงาน ที่ให้แสงสว่างธรรมชาติโดยไม่ต้องแลกกับความร้อน ความต้องการอาคารประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้น… Read More กระจกประตู โซลูชันประตูกระจกที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การเปิดพื้นที่ และความปลอดภัย สำหรับบ้านพักอาศัย ร้านค้า และอาคารพาณิชย์ ความนิยมในการออกแบบพื้นที่แบบเปิดโล่ง… Read More กระจกโฟลต กระจกแผ่นเรียบใสพื้นฐาน จุดเริ่มต้นของกระจกทุกชนิดในงานสถาปัตยกรรม กระจกโฟลตคือวัตถุดิบตั้งต้น ก่อนจะถูกนำไปเทมเปอร์… Read More กระจกลามิเนต โซลูชันกระจกนิรภัยที่ “แตกแล้วไม่ร่วง” ปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และคงสภาพช่องเปิดแม้กระจกเสียหาย เมื่อกระจกลามิเนตแตก… Read More กระจกอินซูเลท โซลูชันกระจกประหยัดพลังงาน ที่เปลี่ยนผนังกระจกจากจุดอ่อนด้านความร้อน ให้กลายเป็นฉนวนของอาคาร กระจกอินซูเลทช่วยลดการถ่ายเทความร้อนผ่านกระจกได้มากกว่า… Read More กระจกเทมเปอร์ โซลูชันกระจกนิรภัยที่แข็งแรง ทนความร้อน และปลอดภัยเมื่อแตก สำหรับงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ กระจกเทมเปอร์มีความแข็งแรงต่อแรงกระแทกและแรงดัดสูงกว่ากระจกธรรมดา… Read More กระจกกั้นห้อง โซลูชันแบ่งพื้นที่ที่ให้ความโปร่งโล่ง แสงธรรมชาติ และความเป็นส่วนตัวไปพร้อมกัน กระจกกั้นห้องมีข้อดีด้านการเปิดรับแสงธรรมชาติและความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่ใช้สอย… Read More กระจกกั้นระเบียง โซลูชันเปิดมุมมองสูงสุด พร้อมความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน สำหรับอาคารพักอาศัยและอาคารสูง กระจกกั้นระเบียงมีข้อดีด้านทัศนียภาพที่ไร้ขีดจำกัดและความปลอดภัยที่เหนือกว่าราวกันตกแบบเดิม… Read More กระจกฉากกั้นอาบน้ำ โซลูชันที่ปลอดภัย สวยงาม และคุ้มค่า สำหรับห้องน้ำยุคใหม่ กระจกฉากกั้นอาบน้ำมีข้อดีด้านความปลอดภัย ความสวยงาม… Read More กระจกบานเลื่อนอลูมิเนียม โซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงาม การประหยัดพลังงาน และความปลอดภัย สำหรับบ้านและอาคารยุคใหม่ ความต้องการพื้นที่โปร่งโล่งและรับแสงธรรมชาติที่มากขึ้นในบ้านและอาคารพาณิชย์… Read More No posts found

กระจกบานเลื่อนอลูมิเนียม Read More »

logo sm dark

SMG Glass And Metal Co., Ltd.

ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกแปรรูปครบวงจร — เทมเปอร์ · ลามิเนต · อินซูเลท ให้บริการสถาปนิก ผู้รับเหมา เจ้าของโครงการ
และงานตกแต่งอาคารขนาดกลางขึ้นไป 
จัดหาจากโรงงานคุณภาพทั่วประเทศ · สั่งผลิตตามแบบ · ประเมินราคาฟรี

ONLY THE SIGNIFICANT

© Copyright 2026 | Powered by SMG Glass And Metal Co., Ltd.